เนชั่นทีวี

การเมือง

3 สมาคมเหล็ก ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตฯ ทบทวนมาตรฐานเหล็กเส้น

03 ต.ค. 2568 | prisana_tha

3 สมาคมเหล็ก ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตฯ ทบทวนมาตรฐานเหล็กเส้น

3 สมาคมผู้ผลิตเหล็ก ยกกรณีแผ่นดินไหว ยื่นข้อเสนอ รมว.อุตสาหกรรม ทบทวนมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นเพื่อความปลอดภัย

3 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้ายเตาอาร์คไฟฟ้า นายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย และ นายเภา บุญเยียม สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน ทำหนังสือถึง นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม เรื่อง ข้อเสนอแนะการทบทวนปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้น ระบุว่า

 

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กให้ความสำคัญสูงสุดคือ มาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์เหล็กเส้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การกำหนดมาตรฐานคุณภาพเหล็กเส้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมถึงมาตรการควบคุมการผลิตเหล็กเส้นให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ปัจจุบันมีการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างในประเทศประมาณปีละ 3 ล้านตัน ตัวอย่างในปี 2567 มีการผลิตจากการหลอมเศษเหล็กแล้วหล่อเป็นแท่งบิลเล็ตด้วยเตา Electic Arc Fumace (EAF) ประมาณ 1.2 ล้านตัน ผลิตด้วยเตา Induction Furnace (IF) ประมาณ 1.6 ล้านตัน และนำเข้าบิลเล็ตมารีดเป็นเหล็กเส้นอีกประมาณ 0.3 ล้านตัน

 

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเกิดประเด็นปัญหาคุณภาพกับเหล็กเส้นที่ผลิตจากเตา IF เนื่องจากการที่จะผลิตเหล็กเส้นให้ได้มาตรฐานด้วยกระบวนการ IF ต้องใช้ความพิถีพิถันอย่างมากในการคัดเลือกวัตถุดิบเศษเหล็กที่มีความสะอาด ไม่มีสารมลทินและสิ่งเจือปนที่มากเกินไป

3 สมาคมเหล็ก ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตฯ ทบทวนมาตรฐานเหล็กเส้น

 

เนื่องจากข้อจำกัดของ IF ในการกำจัดสารมลทิน เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน ตลอดจนธาตุที่ต้องควบคุมปริมาณให้ได้ตาม มอก. เช่น ธาตุโบรอน เป็นต้น นอกจากนี้เนื่องจากส่วนประกอบทางเคมีจะเป็นปัจจัยหลักต่อคุณสมบัติทางกล หากไม่สามารถควบคุมส่วนประกอบทางเคมีให้สม่ำเสมอตามค่าที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้ตกมาตรฐานคุณสมบัติทางกลได้ สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งในกระบวนการถลุงเหล็ก (smeltiกg) จากแร่เหล็กในขั้นตอน Basic Oxygen Furmace (BOF) กับกระบวนการ EAF คือ การใช้ออกซิเจนเป่าไล่สารมลทินที่จับตัวกับออกซิเจนได้ เช่น ฟอสฟอรัส สำหรับกระบวนการ EAF นั้น นอกเหนือจากการใช้ออกชิเจนในการหลอมเหล็ก ยังมีการสร้างชั้นของ สแลก (slag) หลอมเหลวสำหรับดูดซับสารมลทิน เช่น ฟอสฟอรัสและกำมะถัน สิ่งสกปรก และสิ่งเจือปน(Inclusions) ต่างๆ การเป่าออกซิเจนจะช่วยสร้างสภาพการกวนวน (Agtaton) ในน้ำเหล็กอย่างทั่วถึง ทำให้สามารถปรุงแต่งและควบคุมองค์ประกอบทางเคมี รวมถึงความสะอาดสม่ำเสมอของเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับ IF เป็นกระบวนการหลอม (meIting) ด้วยการเหนี่ยวนำทางไฟฟ้าเท่านั้น ไม่มีการใช้ออกชิเจน ไม่มีการสร้างชั้นของสแลก จึงไม่สามารถกำจัดหรือดูดซับสารมลทิน ที่อยู่ในเศษเหล็กและวัดถุดิบ เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน และธาตุอื่น ที่เจือปนอยู่ในเศษเหล็ก เช่น โบรอน เป็นต้น

 

จึงต้องคัดเลือกเศษเหล็กที่ใช้เป็นวัตถุดิบอย่างพิถีถัน และ เตรียมเศษเหล็กที่สะอาด และต้องมีการเติมส่วนผสมทางเคมีด้วยธาตุต่างๆลงไปในกระบวนการหลอมอย่างแม่นยำ เพื่อที่จะหลอมเหล็กหรือโลหะให้เป็นไปตามข้อกำหนด จึงเหมาะกับใช้กับงานเหล็กหล่อ เหล็กพิเศษ เหล็กกล้าไร้สนิม และโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น ทองแดง ทองเหลือง อลูมิเนียม และด้วยลักษณะการหลอมแบบเหนี่ยวนำด้วยไฟฟ้าที่มีการกวนวน (Agitation)ต่ำ ทำให้ควบคุมความสม่ำเสมอของเนื้อเหล็กได้ยาก จึงต้องจำกัดปริมาณการผลิตต่อครั้งไว้ โดยมักไม่เกิน 30 ตัน และ จะต้องมีกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กในเตาปรุง เช่น Ladie Furnace (LF) อีกขั้นตอนหนึ่ง

 

3 สมาคมเหล็ก ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตฯ ทบทวนมาตรฐานเหล็กเส้น

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยขาดวัตถุดิบจากการถลุงเหล็ก และขาดแคลนเศษเหล็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งเศษเหล็กคุณภาพดี จึงต้องนำเข้าเศษเหล็กประมาณ 20-25% หรือ 1.2-1.5 ล้านตันต่อปี จากความต้องการทั้งหมด 6 ล้านตันต่อปี ดังนั้นการคัดเลือกเศษเหล็กคุณภาพดี ทั้งในทางปฏิบัติและความคุ้มค่าทางธุรกิจจึงเป็นไปได้ยากมาก

 

อนึ่ง ประเทศจีนซึ่งเคยมีการผลิตเหล็กเส้นด้วยกระบวนการ IF มากที่สุดในโลก คือ ปีละกว่า 120 ล้านตัน ได้ประสบปัญหาอย่างยาวนานกับเหล็กเส้นคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานจากเตา IF จนในที่สุดรัฐบาลจีนได้สั่งยกเลิกการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างด้วยเตา IF ทั้งหมดของประเทศจีนในเดือนมิถุนายน 2560 (2017)  แม้ว่าในประเทศไทยมีการแก้ไข มอก. ให้เพิ่มกรรมวิธี IF ดังกล่าวข้างต้นในปี 2559 (หรือประมาณ 1 ปีก่อนที่ประเทศจีนจะยกเลิกการผลิตเหล็กเส้นด้วยกระบวนการ IF ในปี 2560) ผู้เกี่ยวข้องจำเป็นต้องทราบและศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีนที่นำไปสู่พัฒนาการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเหล็กเส้นของประเทศจีน เพื่อนำข้อดีมาเป็นแบบอย่างในการปรับปรุง มอก. เหล็กเส้นของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จึงต้องพิจารณาว่ามีสิ่งใดที่มาตรฐานเหล็กเส้นไทยต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับที่ประเทศจีนได้ยกเลิกการผลิตด้วย IF โดยกำหนดกระบวนการผลิตให้มีเฉพาะ BOF และ EAF ทั้งยังกำหนดมาตรฐานเหล็กความแข็งแรงสูง สำหรับใช้งานในเขตแผ่นดินไหวขึ้นในมาตรฐานเหล็กเส้นจีนฉบับล่าสุดในปี 2024 (2567)

 

เนื่องจากร่าง มอก.เหล็กเส้นก่อสร้าง อยู่ระหว่างการทบทวน จึงควรใช้โอกาสนี้ปรับปรุงให้สมบูรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่พบอยู่ในปัจจุบัน และป้องกันปัญหาในอนาคต เช่น กำหนดคุณสมบัติของเหล็กเส้นให้มีความครอบคลุมเพียงพอที่จะตอบสนองกฎหมายอื่น เช่น มาตรฐานการออกแบบอาคารด้านการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2564 รวมทั้งพิจารณากำหนดกระบวนการผลิตให้มีเฉพาะ BOFและ EAF เช่นเดียวกับแนวทางการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเหล็กเส้นของประเทศจีนและประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ

 

เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค กรณีโรงงานที่ถูกสั่งปิด เนื่องจากผลิตสินค้าที่ไม่เป็นไปตาม มอก. ให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดว่ามีกระบวนการผลิตที่เป็นไปตามข้อกำหนด มอก. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำและส่วนประกอบทางเคมี อย่างเคร่งครัดทุกข้อ เช่น 5.2 (3) มีกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) เป็นต้น ก่อนการอนุญาตเปิดดำเนินการ

 

 

ข่าวล่าสุด