เนชั่นทีวี

Business

กูรูเตือนน้ำมันลด 6 บ. ดีใจได้แต่อย่าประมาท ให้ระวังหลังสงกรานต์

11 เม.ย. 2569

กูรูเตือนน้ำมันลด 6 บ. ดีใจได้แต่อย่าประมาท ให้ระวังหลังสงกรานต์

ลดน้ำมัน 6 บาท ดีใจได้...แต่อย่าประมาท! กูรูเตือน "ราคาในกระดาษ" กับ "ราคาจริง" ห่างกันลิบลับ ระวังกับดักหลังสงกรานต์ เมื่อกองทุนน้ำมันแบกไม่ไหว พายุค่าครองชีพลูกใหญ่รอถล่มเราอยู่!

11 เมษายน 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระในสหรัฐฯ เขียนบทความกรณี ที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย มีการปรับลดลงทุกชนิดลง สูงสุด 6 บาทต่อลิตร หลังราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นสถิติ จากวิกฤตน้ำมันและวิกฤตพลังงาน ที่สืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ระหว่าง อิสราเอล และสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยระบุว่า

 

 “ลด 6 บาทต่อลิตรช่วยยามสงกรานต์: ระวังภาพลวงตาของราคาน้ำมัน”
 


ในขณะที่พี่น้องชาวไทยกำลังเตรียมตัวเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 บรรยากาศของตลาดพลังงาน ดูเหมือนจะเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว ข่าวการประกาศหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวลดลง จนหลายฝ่ายเริ่มมีความหวัง แต่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ด้านภูมิรัฐศาสตร์และยุทธศาสตร์
 

ผมขอกล่าวเตือนด้วยความห่วงใยว่า นี่อาจเป็นเพียง “โอเอซิสกลางทะเลทราย” ที่นำไปสู่ความประมาทที่อันตรายยิ่ง

เรากำลังเผชิญกับ “สงครามราคาสองขนาน” และ “ระเบิดเวลาทางการคลัง” ที่รอวันปะทุหลังสิ้นเสียงประทัดสงกรานต์ 
 

 

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระในสหรัฐ

 

สงครามราคาสองขนาน: ราคาในกระดาษ vs ความเป็นจริง

 

ความสับสนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เกิดจากช่องว่างมหาศาลระหว่างราคาน้ำมันสองประเภท ที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่ได้สังเกต:

 

 1. ราคาน้ำมันล่วงหน้า (Futures Price): นี่คือราคา “ในกระดาษ” ที่สะท้อนเพียงจิตวิทยาและการคาดการณ์ของนักลงทุน ล่าสุดราคา Brent ในตลาดล่วงหน้าปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ $96-$109 ต่อบาร์เรล ตามข่าวดีเรื่องการหยุดยิง

 

 2. ราคาซื้อขายทันที (Spot Price): นี่คือ “ความจริงที่เจ็บปวด” เป็นราคาที่ต้องจ่ายจริงสำหรับน้ำมันที่มีตัวตนอยู่บนเรือ และพร้อมส่งมอบ “เดี๋ยวนี้” ความจริงที่น่าตกใจคือ ราคา Spot ของ Brent ยังคงพุ่งสูงถึงเกือบ $121 - $145 ต่อบาร์เรล

 

ส่วนต่าง (Spread) ที่กว้างถึง $25 ถึง $36 ต่อบาร์เรลนี้ คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนว่า ตลาดการเงินกำลัง “ซื้อความหวัง” แต่ในโลกทางกายภาพ น้ำมันที่พร้อมใช้กลับหายากยิ่งกว่าทองคำ เพราะ “น้ำมันยังไม่ไหล” จริงๆ

กับดักที่ช่องแคบฮอร์มุซ: เมื่อหยุดยิงไม่ได้แปลว่าหยุดแพง

 

ทำไมน้ำมันถึงยังไม่ไหล? แม้จะมีการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน แต่กลไกโลจิสติกส์โลก ไม่ได้ทำงานง่ายเหมือนการเปิดสวิตช์ไฟ ประการแรกคือ “คอขวดที่ฮอร์มุซ” มีน้ำมันดิบกว่า 130 ล้านบาร์เรลติดค้างอยู่บนเรือบรรทุกในอ่าวเปอร์เซีย แม้จะไม่มีเสียงปืน แต่บริษัทประกันภัยยังไม่กล้าให้ความคุ้มครองเรือบรรทุกเนื่องจากความเสี่ยงทางทะเลที่ยังไม่ชัดเจน

 

ประการต่อมาคือ “อุปทานที่สาบสูญ” ประมาณการว่าน้ำมันกว่า 10% ของโลกหายไปจากตลาดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น และสต็อกน้ำมันสำรองทั่วโลกถูกดึงออกมาใช้จนเหือดแห้งในระดับ 10-11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ความต้องการเติมสต็อกที่ว่างเปล่า ทำให้ทุกคนต้องแย่งชิงน้ำมันในราคา Spot อย่างบ้าคลั่ง

 

การเจรจาที่ปากีสถาน: ความหวังบนเส้นด้าย

 

การประชุมที่ประเทศปากีสถานในวันเสาร์นี้ ถูกมองว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาระยะยาว แต่อย่าได้วางใจ เพราะข้อตกลงหยุดยิงนี้เปราะบางยิ่งกว่าแก้ว หากมีอุบัติเหตุจากการโจมตี ของกลุ่มติดอาวุธเพียงครั้งเดียว หรือการเจรจาไม่สามารถตกลง เรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรได้ หรือเรื่องเลบานอน ที่อิสราเอลไม่ยอมรวมในการเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ สถานการณ์จะกลับมาปะทุรุนแรงข้ามคืน และน้ำมันในกระดาษที่ราคา $96 จะพุ่งกลับไปที่ $150 ทันที

 

ของขวัญสงกรานต์ 6 บาท: ยาชาหรือระเบิดเวลา?

 

หันกลับมาดูที่บ้านเรา รัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบาย “ของขวัญปีใหม่ไทย” ด้วยการลดราคาน้ำมันลงถึง 6 บาทต่อลิตร เพื่อเอาใจประชาชนช่วงเทศกาล ในมุมมองของนักยุทธศาสตร์ นี่คือการฉีด “ยาชา” เพื่อระงับความเจ็บปวดระยะสั้น แต่สะเทือนต่อเสถียรภาพการคลังอย่างรุนแรง

 

“การปรับลดครั้งนี้ถือเป็นความตั้งใจของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการดูแลค่าขนส่งและค่าครองชีพ ของพี่น้องประชาชน ในช่วงจังหวะที่ราคาน้ำมันโลกเอื้ออำนวย การดำเนินการในครั้งนี้ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แบกรับค่าใช้จ่ายวันละ 589.15 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีรายจ่ายกว่าวันละ 1,200 ล้านบาท” คือคำแถลงของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)

 

การลดราคา 6 บาท ในขณะที่ต้นทุนนำเข้าจริง (Spot Price) ยังไม่ลดลง คือการฝืนกลไกตลาดโลกอย่างสุดโต่ง ภาระทั้งหมดตกไปอยู่ที่ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องแบกรับการอุดหนุนมหาศาล นี่ไม่ใช่การลดค่าครองชีพที่ยั่งยืน แต่มันคือการ “กู้เงินอนาคตมาแจก” ซึ่งจะกลายเป็นภาระภาษีในวันข้างหน้า

 

พายุการเมืองหลังเทศกาล

 

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ความจริงที่จะปรากฏ” หลังจากสงกรานต์เสร็จสิ้น เมื่อประชาชนกลับสู่โหมดทำงาน และรัฐบาลไม่สามารถแบกรับภาระการอุดหนุนได้อีกต่อไป เราจะเห็นการปรับราคาขายปลีกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว (Price Hike) เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงที่ยังถูกแช่แข็งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย

 

ความนิยมของรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้นจากการลดราคา อาจเปลี่ยนเป็น “บูมเมอแรง” ที่ตีกลับอย่างรุนแรง ความรู้สึกถูก “หลอกให้ดีใจ” จะสร้างความไม่พอใจในวงกว้าง และอาจนำมาสู่ความสั่นคลอนทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลอาจต้องเผชิญกับพายุการเมืองลูกใหญ่ เนื่องจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในเปอร์เซียยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงง่ายๆ

 

มองให้ลึกกว่าป้ายราคา

 

สำหรับประเทศไทย ซึ่งนำเข้าพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียสูงถึง 50-58% สถานการณ์นี้คือภาวะเสี่ยงอันตรายขั้นสูงสุด เราไม่ควรประมาทว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเพียงเพราะมีข่าวการเจรจาในวันเสาร์นี้

 

“ราคาฟิวเจอร์สไม่ได้สะท้อนความจริงบนผืนน้ำเลยแม้แต่น้อย” คำเตือนนี้ยังคงขลังเสมอ

 

ผมขอแนะนำให้ประชาชนและภาคธุรกิ จเตรียมใจรับมือกับต้นทุนที่แท้จริง หลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นไป เพราะในโลกของพลังงาน “ไม่มีของฟรี” และการเจรจาที่ปากีสถานอาจเป็นเพียงลมหายใจสุดท้ายก่อนที่พายุลูกใหม่จะพัดถล่มเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเมืองไทยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษครับ 

 

กูรูเตือนน้ำมันลด 6 บ. ดีใจได้แต่อย่าประมาท ให้ระวังหลังสงกรานต์