อ่วมแน่!! ขึ้นค่าขนส่ง 1 เม.ย.นี้! ปธ.สมาพันธ์หลั่งน้ำตา ไม่อยากซ้ำเติม ปชช.
27 มี.ค. 2569
เตรียมรับแรงกระแทก ขึ้นค่าขนส่ง 1 เม.ย.นี้ 10-30%! ประธานสมาพันธ์ขนส่งฯ หลั่งน้ำตา ไม่อยากซ้ำเติม ปชช.แต่จำเป็น วอนสื่อตามหาไอ้โม่งสูบผลประโยชน์หมื่นล้าน!
Business
27 มี.ค. 2569
เตรียมรับแรงกระแทก ขึ้นค่าขนส่ง 1 เม.ย.นี้ 10-30%! ประธานสมาพันธ์ขนส่งฯ หลั่งน้ำตา ไม่อยากซ้ำเติม ปชช.แต่จำเป็น วอนสื่อตามหาไอ้โม่งสูบผลประโยชน์หมื่นล้าน!
27 มีนาคม 2569 นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมร่วมกับสมาชิกฯ เพื่อออกมาตรการภาคขนส่ง หลังมีการปรับราคาน้ำมัน ว่า สมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย มีมติและมีความจำเป็นต้องปรับอัตราการขนส่ง ขึ้นค่าขนส่ง 1เม.ย. ทั้งระบบ เพราะอั้นราคาน้ำมันไม่ไหว จาก ต้นทุนโลจิสติกส์ 2569 โดยเหตุผลที่ต้องปรับ เพราะต้นทุนน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก 45-50% ซึ่งจะปรับแบบขึ้นบันได จากรถ 6-7 ประเภท และการปรับไม่ใช่ขั้นบันได แบบราชการที่ทำให้ประชาชนรู้สึกผิดหวัง
โดยบันไดขึ้นแรกจะปรับอัตราค่าขนส่งขึ้น 10% บันไดขั้นที่ 2 จะปรับขึ้น 15% และบันไดขึ้นที่ 3 คือ 20-30% เพราะน้ำมันที่ราคาขึ้นทุกๆ 1บาท จะทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งระบบ เพิ่มขึ้น 3-5% ทั้งนี้จะปรับแค่ไหนอย่างไร ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องไปคุยในรายละเอียดในแต่ละสัญญาด้วย และการปรับราคาดังกล่าวได้เป็นการผลักภาระ เพราะแนวทางขั้นบันได ไม่ต้องการปรับขึ้นสูงทันที แต่ทางสมาพันธ์ฯ มีระบบขั้นตอนในการคำนวณต้นทุนราคา และยืนยันว่า หากน้ำมันปรับลดราคาลง ค่าขนส่งก็จะปรับตัวลงเช่นกัน แค่ถ้าน้ำมันขึ้นก็ต้องขึ้น
ทั้งนี้ ทราบว่า มติ ครม.มีแนวทางช่วยเหลือภาคขนส่งอยู่ แต่ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องเงื่อนไข จึงอยากรู้ว่ารัฐบาลจะช่วยแบบไหนตรงจุดหรือไม่ โดยหลังจากนี้จะมีการเสนอแนะแนวทางกับกรมการขนส่งทางบกเพิ่มเติม เพื่อให้เราอยู่ได้และอยู่รอด ซึ่งประเด็นหลักๆ เร่งด่วนคือ รัฐบาลต้องห้ามจำกัดโควตา ต้องมีน้ำมันทุกปั๊ม ห้ามน้ำมันหมด เพราะรถทางไกล ถ้าไม่มีน้ำมันวิ่งไม่ถึง
ช่วงหนึ่งนายทองอยู่ ก็น้ำตาไหลออกมาระหว่างการให้สัมภาษณ์นักข่าว ในประเด็นที่ว่า อยากเรียนประชาชนว่า เราไม่ได้ต้องการซ้ำเติม แต่ถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ เราทำเพื่อให้อยู่ได้และอยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าเมื่อขึ้นราคาก็คงมันคงกระทบเป็นโดมิโน และจะกระทบกับคนรากหญ้าก่อน ทำให้ตนเองทำใจยาก ไม่อยากซ้ำเติม แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยเราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้าภาคขนส่งขึ้นราคามันกระทบในการ ขึ้นสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นแน่นอน
อยากขอโทษประชาชน หนักใจแต่ต้องทำ เราไม่ได้ผลักภาระแบบรัฐบาลจริงๆ และเราทุกคนอยากอยู่ได้ การขนส่งทางถนน เป็นซัพพลายเชน และเป็นห่วงโซ่ของระบบโลจิสติกส์ทางถนน ที่จะหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ อย่าให้เราล้มหรือถูกเทคโอเวอร์จากคนต่างชาติเลย
นักข่าวถามย้ำว่า ที่มีน้ำตาออกมาเป็นเพราะอัดอั้นหรืออย่างไร นายทองอยู่ ระบุว่า “เพราะมีภาพเหมือนกับเราไปซ้ำเติมประชาชน สิ่งที่มันขึ้นไปก่อนเราไม่มีทางเลือก ถ้าเราไม่ปรับอัตราค่าขนส่ง ระบบขนส่งทางประเทศไทยก็ล้มสลาย ถ้ามีคนเข้ามาเป็นต่างชาติเราก็ควบคุมอะไรไม่ได้เลย”
นายทองอยู่ ยังฝากถึงรัฐบาลด้วยว่า ไอ้โม่งที่มีการเปิดประเด็นขึ้นมา เป็นหน้าที่ของรัฐบาล และประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงสื่อมวลชน ที่ต้องไปดูไอโม่ง เพราะมีนักวิชาการท่านหนึ่งบอกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีไอ้โม่งได้เงินจากระบบไม่น้อยกว่า 16,000 ล้านบาท จึงอยากฝากให้ไปดูด้วยว่า ไอ้โม่งเป็นใคร ดังนั้นหน้าที่ในการติดตามไอโม่ง เป็นของสื่อมวลชน เพราะไอ้โม่งทำให้ทุกอย่างในประเทศไทยปั่นป่วน ประชาชนเดือดร้อนโดนถ้วนหน้า จึงอยากให้ไปตามหาไอ้โม่งด้วย
ส่วนค่าน้ำมันจะขึ้นไปถึง 70 บาทหรือไม่ ประธานสมาพันธ์ฯ มองว่า ก็ไม่มั่นใจเพราะมีทั้งการตัดสินใจของรัฐบาล และการสื่อสารต่างๆ แต่ยืนยัน สมาพันธ์ฯจะประชุมทุกครั้งเมื่อมีผลกระทบกับระบบโลจิสติกส์ และห่วงโซ่การขนส่งแน่นอน
และสิ่งที่ฝากไว้คือ ท่านต้องไปดู มันมีคนได้ประโยชน์แน่นอน และรัฐบาลต้องมีความกล้าในการตัดสินใจ แก้ปัญหาโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพราะมีคนได้ประโยชน์มีผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน ไม่งั้นรัฐบาลจะลำบาก และจะเกิดวิกฤตศรัทธาจากประชาชน เพราะน้ำมันเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตคน
ส่วนราคาค่าโดยสารรถร่วมเอกชน หรือรถ 30 จะมีการปรับขึ้นในช่วงสงกรานต์หรือไม่ นายทองอยู่ บอกว่า รถ 30 ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก และลำพังผู้ประกอบการก็ไม่กล้าขายตั๋ว เพราะหากขายในราคา บขส. ก็เจ๊ง ขาดทุนแน่นอน เพราะ บขส.ถูกคุมค่าโดยสารโดยมีการกำหนดราคากลาง ทั้งนี้หากรถร่วมจะขายตั๋วแบบไหน ก็คงต้องมาดูมาตรการอีกครั้ง
