svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

รู้จักตระกูล "ชาห์" เจ้าของเรือมยุรี นารี หนึ่งใน 50 ตระกูลรวยที่สุดในไทย

12 มี.ค. 2569

รู้จักตระกูล "ชาห์" เจ้าของเรือมยุรี นารี ที่ถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ จากตระกูลแขกอินเดียค้าข้าว สู่ 1 ใน 50 มหาเศรษฐีประเทศไทย ในการจัดอันดับของ Forbes และเจ้าของอาณาจักร GP Group

12 มีนาคม 2569 เหตุการณ์เรือสินค้าเทกอง “มยุรี นารี” ซึ่งเป็นเรือสัญชาติไทยของ Precious Shipping หรือ PSL ถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันพุธที่ 11 มี.ค. กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนแวดวงการค้าทั่วโลก ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง
 

เรือลำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในกองเรือนารีของ บริษัท PSL ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ "GP Group" อาณาจักรการลงทุนข้ามชาติที่มีรากฐานยาวนาน 157 ปี และเป็นของ ตระกูล “ชาห์” (Shah) หนึ่งในตระกูลนักธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญ และได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดตระกูลหนึ่งในประเทศไทย 
 

รู้จักตระกูล "ชาห์" เจ้าของเรือมยุรี นารี หนึ่งใน 50 ตระกูลรวยที่สุดในไทย

จากพ่อค้าข้าวอินเดีย สู่ “Shah of Bangkok”
 

ข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัทระบุว่า ต้นกำเนิดของอาณาจักรธุรกิจ GP Group ย้อนกลับไปกว่า 157 ปี ในปี พ.ศ. 2403 Khetsee Khinsi Harbham บรรพบุรุษรุ่นแรกของตระกูล ได้ออกจากหมู่บ้านเล็กๆ ในอินเดียเพื่อแสวงโอกาสทางธุรกิจในตลาดค้าข้าวที่เมืองมุมไบ
 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2411 เขาและบุตรชายได้ก่อตั้ง บริษัท Devjee Khetsee & Company และขยายกิจการไปยังเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ซึ่งในเวลานั้นเป็นศูนย์กลางการส่งออกข้าวสำคัญของโลก ก่อนที่ตระกูลชาห์จะขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นประเทศ "สยาม" ในปี พ.ศ. 2461 ภายใต้ชื่อ Gangjee Premjee & Company
 

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวตัดสินใจใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานธุรกิจหลัก และจดทะเบียนใช้นามสกุล “ชาห์” อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2493
 

ในยุคนั้น Chimanlal Shivjee Shah ทายาทรุ่นที่ 4 ได้รับฉายาว่า “The Shah of Bangkok” จากบทบาทผู้นำในชุมชนชาวอินเดีย และเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวางในสังคมไทย

เจ้าของกองเรือนารี และอาณาจักรยา Mega
 

การเปลี่ยนผ่านสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อ "กิริต ชาห์" ทายาทรุ่นต่อมาเข้ามาบริหารในช่วงทศวรรษ 2520–2530 มีการปรับโครงสร้างธุรกิจจากการค้าสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่การลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดการลงทุนที่เรียกว่า “Pick and Believe” ซึ่งมีธุรกิจหลักๆ อาทิ
 

•           Precious Shipping (PSL) ธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง ซึ่งก่อตั้งในช่วงทศวรรษ 1980 ปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรือทุกลำของบริษัทจะลงท้ายด้วยคำว่า “นารี” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของกองเรือบริษัท

•           Mega Lifesciences บริษัทผลิตยาและอาหารเสริม ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดของตระกูล

•           ธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่ม เช่น เหมืองแร่ Golden Lime, ธุรกิจก่อสร้าง, พลังงาน, สตาร์ทอัพเทคโนโลยี Eka, รวมถึงธุรกิจเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว MJets
 

1 ใน 50 มหาเศรษฐีไทย
 

ในปี 2568 นิตยสารฟอร์บส์ ประเทศไทย จัดอันดับให้ ตระกูลชาห์ เป็นมหาเศรษฐีไทยลำดับที่ 34 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 945 ล้านดอลลาร์ (ราว 30,700 ล้านบาท)
 

ปัจจุบัน "นิชิตา ชาห์" บุตรสาวคนโตของกิริต ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ GP Group และถือเป็นทายาทรุ่นที่สาม ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจ โดยนิชิตาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการเป็นหนึ่งในทีม “Shark” รายการ Shark Tank Thailand

 

ที่มา: Forbes Thailand, GP Group
ข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ