เนชั่นทีวี

การเมือง

สิบล้อนครปฐม “สินธพ” เลือกยี่ห้อใหม่ “แก้วพิจิตร” มิตรสนิทสะสมทรัพย์

26 พ.ย. 2568

สิบล้อนครปฐม “สินธพ” เลือกยี่ห้อใหม่ “แก้วพิจิตร” มิตรสนิทสะสมทรัพย์

ตำนานสิบล้อนครปฐม ตระกูล “แก้วพิจิตร” ขยับ จับตา “สินธพ” ติดยี่ห้อ กธ. แต่ยังแนบแน่นสะสมทรัพย์

26 พฤศจิกายน 2568 นครปฐมเปลี่ยน พ.ท.สินธพ เลือกยี่ห้อใหม่ ตระกูลแก้วพิจิตร บ้านใหญ่หลังที่สอง รองจากสะสมทรัพย์ จับตาโผล่กล้าธรรม
 

เมืองเจดีย์ใหญ่ 2 ตระกูลดัง “แก้วพิจิตร” พันธมิตร “สะสมทรัพย์” แบ่งพื้นที่ทั้ง สส.และท้องถิ่น บ้านใหญ่ยืนยงกว่า 4 ทศวรรษ  
 

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พา อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ไปเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยที่สนามกีฬาเทศบาลนครนครปฐม 


“เสธ.แก้ว” พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม เขต 2 ในฐานะเจ้าบ้าน จึงมาต้อนรับคณะของรองนายกฯ ธรรมนัส 
 

คนแถวเมืองเจดีย์ใหญ่จึงคาดการณ์ว่า ทายาทบ้านใหญ่ “แก้วพิจิตร” น่าจะไม่ไปต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และเตรียมไปเปิดตัวกับพรรคกล้าธรรม
 

การเลือกตั้ง สส.นครปฐม สมัยที่แล้ว เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมืองนครปฐม (โซนเขตเทศบาลนครนครปฐมและตำบลใกล้เคียง) “เสธ.แก้ว” พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร เบียดชนะ ศศนันท์ รัตนบรรเทิง พรรคก้าวไกล แค่พันแต้ม 
 

เขตนี้ บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ ส่งตัวผู้สมัครโนเนมลงสนาม เพราะเป็นพันธมิตรกับตระกูลแก้วพิจิตร 

พันธมิตรสองบ้านใหญ่
 

ในอดีต ภูมิศาสตร์การเมืองนครปฐม บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือ “แก้วพิจิตร” จะอยู่ในเขต อ.เมืองนครปฐม ส่วน “สะสมทรัพย์” กินพื้นที่รอบนอกตั้งแต่ กำแพงแสน บางเลน ดอนตูม พุทธมณฑล นครชัยศรี และสามพราน
 

ปี 2544 นครปฐม เขต 1 อ.เมืองนครปฐม สมัย บรรหาร ศิลปอาชา ยังมีชีวิตอยู่ เคยอาศัย กำนันประสานต์ บุญมี เป็นตัวหลักของพรรคชาติไทย 
 

ปี 2548 บรรหารดึง “กำนันไก่” สมพัฒน์ แก้วพิจิตร ลูกชายคนโตของ สุนทร แก้วพิจิตร ลงสนามเป็น สส.นครปฐม เขต 1 
 

ต่อมา “กำนันไก่” เสียชีวิตกะทันหัน “ป๋าสุน” จึงส่งลูกชายคนรอง “เสธ.แก้ว” พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ลงสมัคร สส.นครปฐม สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2562 
 

เนื่องจาก “เสธ.แก้ว” สนิทสนมกับ สาธิต ปิตุเตชะ จึงเลือกพรรค ปชป. ขณะเดียวกัน บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ก็เลือกไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา
 

ปัจจุบัน “เสธ.แก้ว” เป็น สส.นครปฐม สมัยที่ 2 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมี “เสธ.หิ” หิมาลัย ผิวพรรณ เป็นตัวเชื่อม  
 

ธรรมนัส นำทีม รมต.พรรคกล้าธรรม บุกนครปฐม

สงครามครั้งสุดท้าย
 

จังหวัดนครปฐม ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรถบรรทุกสิบล้อ และ กมล คุปตวัช คือเจ้าพ่อสิบล้อนครปฐม โดย กมลร่วมกับ สุนทร แก้วพิจิตร ประกอบธุรกิจรถบรรทุกสิบล้อ ในนามบริษัท สหอรพรรณ จำกัด
 

นอกจากนี้ บริษัทในเครืออรพรรณ ยังกิจการสถานีบริการน้ำมัน โรงแรม และรับเหมาก่อสร้าง
 

กมล คุปตวัช ได้ชื่อว่าเป็น “เจ้าพ่อสิบล้อนครปฐม” ส่วน สุนทร แก้วพิจิตร ได้ชื่อว่าเป็น “ปู่การเมืองท้องถิ่น”  
 

“ป๋าสุน” ก่อตั้ง “กลุ่มสันติธรรม” ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และเป็นนายกเทศมนตรีเมืองนครปฐมสมัยแรกเมื่อปี 2528 
 

ประมุขตระกูล “แก้วพิจิตร” นั่งนายกเล็กมาอีกหลายสมัย ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกชาย “อัยการต๊อก” เสรินทร์ แก้วพิจิตร และตามมาด้วยหลานชาย “ฟลุ๊ค” เอกพันธุ์ คุปตวัช
 

ปี 2563 สุนทรหันมาดันลูกชาย เสรินทร์ เป็นนายกเล็กอีกสมัย และตัว “ป๋าสุน” เองนั่งประธานสภาเทศบาลฯ
 

พ.ศ.นี้ “ป๋าสุน” วัย 90 ปีเศษ ยังนำกลุ่มสันติธรรม นครปฐม ลงสนามนายกเทศมนตรีนครนครปฐม และสมาชิก สท. 
 

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครปฐมปี 2568 กลุ่มสันติธรรม ส่ง สมโชค พงษ์ขวัญ อดีตรองนายกเทศมนตรีฯ ลงสนาม และเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือ ดและเหน็ดเหนื่อยของบ้านใหญ่แก้วพิจิตร
 

เมื่อพรรคประชาชนส่ง ชัชวาล นันทสาร อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม ปี 2563 โดยมี “เจ๊เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เป็นพี่เลี้ยง
 

ผลคะแนนการเลือกตั้ง สมโชค พงษ์ขวัญ เบียดชนะ ชัชวาล นันทสาร แค่ 900 แต้ม แต่การเลือกตั้ง สท.กลุ่มสันติธรรมได้รับชัยชนะแบบยกทีม
 

สถานการณ์ไม่ต่างจากกรณี “เสธ.แก้ว” ชนะผู้สมัครพรรคก้าวไกลชนิดหืดจับ อันเป็นสัญญาณว่า “บ้านใหญ่” ถูกท้าทายด้วยการเมืองใหม่  
 

ในการเลือกตั้ง สส.นครปฐม และเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครปฐมครั้งต่อไป อาจเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ของบ้านใหญ่สิบล้อนครปฐม

 

ป๋าสุนทร ประมุขแก้วพิจิตร ยังยึดเทศบาลเมืองเจดีย์ใหญ่ไว้ได้อีกสมัย