เนชั่นทีวี

การเมือง

เล่ห์จิ้งจอก “ฮุนเซน” แสร้งรบไม่ได้ แม่ทัพผี “ฮิงบุนเฮียง” รอลั่นกระสุน

01 ต.ค. 2568

เล่ห์จิ้งจอก “ฮุนเซน” แสร้งรบไม่ได้ แม่ทัพผี “ฮิงบุนเฮียง” รอลั่นกระสุน

สัญญาณรบเดือนตุลา “ฮุนเซน” การศึกมิหน่ายเล่ห์ “ฮิงบุนเฮียง-สรัยดึก” แม่ทัพผี รบได้ แสร้งว่ารบไม่ได้

1 ตุลาคม 2568 การศึกมิหน่ายเล่ห์ ฮุนเซน รบได้แสดงว่ารบไม่ได้ ฮิงบุนเฮียง-สรัยดึก แม่ทัพผี รอสัญญาณลั่นกระสุนเดือนตุลา

 

ฮุนมาเนต ย้ำเราเงียบเสียงปืน แต่ไม่เงียบต่อสู้ทางการทูต สงครามคือการใช้เล่ห์เพทุบาย ให้จู่โจมเมื่อไม่ระวัง ให้รุกรบเมื่อไม่คาดคิด 

 

สมเด็จฮุน เซน นายพลห้าดาวของราชอาณาจักรกัมพูชา ผู้ช่ำช่องการศึก ย่อมรู้ซึ้งถึงตำราพิชัยสงคราม ว่าด้วยวิถีแห่งกุศโลบาย อย่างข้าศึกโกรธง่ายให้ก่อกวน ข้าศึกแข็งให้หลีกเลี่ยง

 

ดังนั้น สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา จึงโพสต์ข้อความจากทหารกัมพูชาที่อยู่ในแนวหน้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า
 

“ตอนนี้พวกเราทุกข์ใจมาก หัวหน้าใหญ่สั่งห้ามยิง พวกสยามมายิงพวกเราในป่า..”
 

สม รังสี ยังวิเคราะห์สถานการณ์ภายในระบอบฮุนเซนว่า  ฮุนเซนเงียบกริบราวกับซ่อนตัวอยู่ในโพรงหนูด้วยความอับอายและความกลัว 

 

“นับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิง กัมพูชาก็ยังคงสูญเสียดินแดนอย่างต่อเนื่อง...ฮุนเซนไร้ความสามารถและอ่อนแออย่างยิ่ง เขากลัวที่จะสูญเสียอำนาจของครอบครัวมากกว่าที่กลัวว่ากัมพูชาจะสูญเสียดินแดน”

 

ดูเหมือนว่า สมเด็จฮุน เซน ไม่ได้ใส่ใจต่อคำวิจารณ์ของฝ่ายแค้นที่อยู่นอกประเทศ เพราะเขากำลังดำเนินการศึกด้วยกลยุทธ์ “รบได้ แสดงให้เห็นว่ารบไม่ได้” 

แม่ทัพผีลั่นกลองรบ
 

ท่ามกลางความเงียบงันในแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย สมเด็จฮุน เซน และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการให้กองทัพกัมพูชาเสริมกำลังทหารเข้าสู่ชายแดน

 

การปรากฏตัวของ พล.อ.ฮิง บุนเฮียง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการหน่วยทหารองครักษ์ BHQ ที่ จ.พระวิหาร แสดงว่า จรวดหลายลำกล้อง BM-21 พร้อมจะยิงถล่มเป้าหมายทางทหารในฝั่งไทยตลอดเวลา

 

มีข้อน่าสังเกต การเคลื่อนไหวของ พล.อ.ฮิง บุนเฮียง เหมือน “แม่ทัพผี” ที่ล่องหนหายตัว ไม่ยอมปรากฏตัวผ่านโซเชียลเหมือนช่วงก่อนเกิดสงคราม 5 วัน

 

แม่ทัพใหญ่ พล.อ.สรัย ดึก ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปรักษาตัวที่เวียดนาม ก็น่าเชื่อว่า จะกลับมาพักฟื้นที่บ้านเกิด จ.พระวิหาร เรียบร้อย

 

ล่าสุด เพจหน่วยทหาร BHQ ได้จัดทำอินโฟกราฟฟิกชุด “สุดยอดขุนศึกเขมร” โดยมีภาพ ฮุน เซน ฮุน มาเนต เตีย บัญ เตีย เซ็ยฮา และที่ขาดไม่ได้คือภาพของนายพลแนวหน้าพระวิหาร “ฮิง บุนเฮียง-สรัยดึก” 


ชุมนุมขุนศึกเขมร เตรียมสงครามใหญ่ ในนี้มีฮิงบุนเฮียง-สรัยดึก


 

การศึกมิหน่ายเล่ห์
 

แหล่งข่าวในกัมพูชาวิเคราะห์สถานการณ์กองทัพกัมพูชาในเวลานี้ว่า ฮุน มาเนต ให้ทหารอดทน อยู่ในความสงบ แม้จะเงียบเสียงปืน แต่ต่อสู้ทางการทูตทุกวัน ทั้งในภูมิภาคและบนเวทีระหว่างประเทศ


อย่างไรก็ตาม ในทฤษฎีสงครามที่มีชื่อเสียง จะพบ 2 ประโยคที่คุ้นหูคือ
 

“ไม่มีสันติภาพใดที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ” และ “สงครามไม่อาจยุติด้วยสงครามได้”
 

ความสำเร็จของนโยบาย “ชนะ-ชนะ” ของพรรคประชาชนกัมพูชา ก็คือ เราชนะไปด้วยกันทั้งหมด เรายุติสงครามด้วยปลายปากกา การเจรจา มากกว่าการใช้กำลังฆ่าฟันกัน

 

ดังที่ ฮุน มาเนต ให้สัมภาษณ์สื่อกัมพูชาเกี่ยวกับเหตุปะทะกัมพูชา-ไทยว่า
 

“สงครามคือสนามที่เยาวชน ผู้ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเกลียดชังกัน แต่กลับต้องฆ่าฟันกัน ถ้าเรายังมีหนทางหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ ทำไมต้องให้ทหารยิงกันต่อไป”
 

แม้ผู้นำกัมพูชาจะท่องคำว่า “ยุติสงครามด้วยปากกา” แต่ในสนามชายแดน ทหารกัมพูชาได้ทำการใช้อาวุธเช่น ปืน ค.ปืนกล เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนเล็กยาว ปืนไม่ทราบชนิด ระดมยิงเข้ามาในพื้นที่เขตอธิปไตยไทย บริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี  ภูมะเขือ ภูผี อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
 

นี่คือการใช้เล่ห์เพทุบาย ตามตำราพิชัยสงคราม “รบได้ ให้แสดงรบไม่ได้ ข้าศึกโกรธง่ายให้ก่อกวน ข้าศึกกลมเกลียวให้แยกสลาย ให้จู่โจมเมื่อไม่ระวัง ให้รุกรบเมื่อไม่คาดคิด”
 

จิ้งจอกพนมเปญอย่างฮุน เซน ผ่านศึกสงครามมาค่อนชีวิต จึงช่ำชองเจนจัดในการศึกมิหน่ายเล่ห์