‘ปรัชญา’ ผ่าปม ‘หัวหมาก’ แหล่งโกยทุน แต่ชุมชนดั้งเดิมจมน้ำ
27 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

"ปรัชญา ศรีสะอาด" ผู้สมัคร ส.ก.บางกะปิ เบอร์ 3 ถอดรหัสผังเมืองเหลื่อมล้ำ “หัวหมากโมเดล” ทุนอสังหาฯ บูม แต่ทิ้งชุมชนดั้งเดิมจมน้ำ ซอยแคบไร้ทางออก
ข่าว
27 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

"ปรัชญา ศรีสะอาด" ผู้สมัคร ส.ก.บางกะปิ เบอร์ 3 ถอดรหัสผังเมืองเหลื่อมล้ำ “หัวหมากโมเดล” ทุนอสังหาฯ บูม แต่ทิ้งชุมชนดั้งเดิมจมน้ำ ซอยแคบไร้ทางออก
KEY
POINTS
27 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางศึกเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นในหลายพื้นที่ "เขตบางกะปิ" ถือเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญที่มีความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองที่ทิ้งร่องรอยของ "ความเหลื่อมล้ำ" เอาไว้ในหลายชุมชน
นายปรัชญา ศรีสะอาด ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ เบอร์ 3 เปิดเผย วิสัยทัศน์และการถอดรหัสปัญหาจากการลงพื้นที่จริง โดยสะท้อนมุมมองว่า หน้าที่สำคัญที่สุดของ ส.ก. คือการเป็นสะพานเชื่อมที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด และต้องกล้าพูดในสิ่งที่ถูกมองข้าม เพราะ "ปัญหาบางปัญหา หากไม่มีใครพูดถึง หรือไม่มีใครไปจี้ มันจะกลายเป็นว่าพื้นที่นั้นไม่มีปัญหา ทั้งที่จริงขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริง"
นายปรัชญา ระบุว่า จากการลงพื้นที่สัญจร สิ่งที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ แต่คือการจัดการกับ "พื้นที่ที่ถูกลืม" หรือชุมชนชายขอบที่ถูกความเจริญทางวัตถุบีบอัด จนกลายเป็นลักษณะ "หมู่บ้านจัดสรรหรือตึกสูงล้อมชุมชนดั้งเดิม" "บางชุมชนในอดีตเคยมีทางเข้าออกได้ 2-3 ทาง แต่ปัจจุบันถูกปิดล้อมจนเหลือทางออกเพียงทางเดียว แถมแคบจนรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์สวนกันลำบาก
สิ่งที่ตามมาคือปัญหาระบบระบายน้ำท่วมขัง และหากเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน การเข้าถึงจะยากลำบากมาก หากเราไม่แก้จากจุดเล็ก ๆ ตรงนี้ก่อน ต่อให้กรุงเทพมหานครทำโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ มันก็จะยิ่งสร้างระยะห่างและความเหลื่อมล้ำให้สูงขึ้น" นายปรัชญากล่าว
เมื่อจำแนกตามสภาพภูมิศาสตร์ของเขตบางกะปิ นายปรัชญา วิเคราะห์ว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง 2 แขวงหลัก ฝั่งแขวงคลองจั่น (ตอนบนของคลองแสนแสบ) ระบบระบายน้ำโดยรวมถือว่ามีโครงสร้างรองรับที่ดี มีเขื่อน ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และอยู่ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ปัญหาจึงเหลือเพียงจุดที่เป็นแอ่งกระทะและการลอกท่อระบายน้ำตามวงรอบ
ฝั่งแขวงหัวหมาก (ตอนล่างและตะวันออกเฉียงใต้) เป็นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากในอดีต 40 ปีก่อนเคยเป็นพื้นที่รับน้ำ (แก้มลิงธรรมชาติ) แต่เมื่อความเจริญทางอสังหาริมทรัพย์และถนนตัดใหม่เข้ามาอย่างรวดเร็ว กลับไม่มีการวางระบบระบายน้ำหลักรองรับอย่างเป็นระบบ ทำให้ชุมชนดั้งเดิมกลายสภาพเป็นพื้นที่รองรับน้ำขังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ยังพบปัญหา "ชุมชนเก่าอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่นิติบุคคลเดิมสลายตัวไปแล้ว" ทำให้กลายสภาพเป็นพื้นที่สุญญากาศ ขาดงบประมาณและการดูแลจากภาครัฐ จนกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรม รกร้าง และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา
เมื่อถามถึงข้อสังเกตกรณีการปรับปรุงถนนในพื้นที่เอกชนที่ยกให้เป็นทางสาธารณะ มักได้รับการอนุมัติหรือดำเนินการเร็วกว่าโครงการของหลวงเอง
นายปรัชญาให้ทัศนะเชิงวิเคราะห์ว่า ในความเป็นจริง กระบวนการส่งมอบถนนส่วนบุคคลหรือที่ดินเอกชนให้เป็นที่สาธารณะนั้นมีความซับซ้อนสูงมาก ต้องใช้เวลาเจรจากับผู้ถือสิทธิ์ร่วมทั้งเส้นทาง บางกรณีลากยาวเป็นปีหรือหลายปี เมื่อขั้นตอนทางกฎหมายจบสิ้นลง ทางสำนักงานเขตซึ่งจัดลำดับความสำคัญ ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ จึงมักเร่งดำเนินการทันที เพราะถือเป็นโครงการที่ค้างท่อมานาน
หน้าที่ของ ส.ก. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติและตรวจสอบ คือการเข้าไปดูว่า แผนการจัดลำดับงบประมาณของสำนักงานเขตเหล่านั้น สอดคล้องกับความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชนหรือไม่ หรือมีจุดไหนที่เป็นพื้นที่เร่งด่วนตกสำรวจ เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความจริงอย่างเป็นธรรมทั้งกับประชาชนและฝ่ายปกครอง
ในมิติเศรษฐกิจและการดูแลกลุ่มเปราะบาง นายปรัชญามองว่า แม้บางกะปิจะมีศักยภาพสูงจากการเป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคม "รถ-ราง-เรือ" แต่ในบทบาทของ ส.ก. การกระตุ้นเศรษฐกิจทางตรงทำได้เพียงจำกัด เช่น การจัดโซนนิ่งค้าขายหรือกิจกรรมวัฒนธรรม สิ่งสำคัญกว่าคือการดูแลฐานราก โดยเฉพาะ "กลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ"
นายปรัชญาตั้งคำถามถึงนโยบายประเภทสมาร์ทซิตี้ หรือแอปพลิเคชันของ กทม. ว่า ในความเป็นจริงกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุเข้าไม่ถึง ส่งผลให้ระบบการแพทย์ทางไกล ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้น กลไกที่พึ่งพาได้จริงในปัจจุบันคือ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ทว่าระบบปัจจุบันกำลังเผชิญภาวะคอขวด เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น แต่ อสส. มีจำนวนเท่าเดิมและเริ่มมีอายุมากขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ (อายุ 20-30 ปี) แทบไม่รู้จักบทบาทของ อสส. เลย
สำหรับแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อม นายปรัชญาให้ความสำคัญกับ "รูทขยะ" หรือเส้นทางเก็บขนขยะ โดยเสนอให้มีการเข้าไปตรวจสอบสัญญาสัมปทานและเส้นทางเดินรถร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด โดยเฉพาะจุดที่เป็นซอยลึกหรือพื้นที่เชื่อมต่อเอกชนที่มักเกิดปัญหาขยะตกค้าง รวมถึงการจัดระเบียบขยะริมคลอง โดยต้องสร้าง "พื้นที่ทิ้งขยะระบบปิด" และจัดหาเรือจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้ขยะหลุดรอดลงสู่ลำคลองอันเป็นสาเหตุให้ระบบประตูระบายน้ำเสียหาย
"ถ้าผมได้รับโอกาส สิ่งแรกที่จะทำคือการเปลี่ยนพื้นที่สีแดงและพื้นที่รกร้างในบางกะปิ ให้กลายเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยจะต้องไม่ใช่แค่การปรับปรุงภูมิทัศน์แล้วทิ้งขว้าง แต่ต้องมีแผนบริหารจัดการและบำรุงรักษาในระยะยาว เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน" นายปรัชญา กล่าวทิ้งท้าย