ด้วยเหตุนี้การจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางการเมืองของคณะราษฎร เพื่อหวังให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย, รัฐธรรมนูญ, และหลัก 6 ประการของคณะราษฎร (หลักเอกราช, หลักความปลอดภัย, หลักเศรษฐกิจ, หลักเสมอภาค, หลักเสรีภาพ, และหลักการศึกษา) โดยงานฉลองรัฐธรรมนูญจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ที่ท้องสนามหลวง แบ่งการจัดงานออกเป็นสามวัน ประกอบด้วย งานพระราชพิธี งานเฉลิมฉลอง และการจัดแสดงมหรสพ เช่น ลิเก ละคร โขน งิ้ว และภาพยนตร์
ในปีต่อๆ มา งานฉลองรัฐธรรมนูญถูกจัดใหญ่ขึ้น ขยายพื้นที่จัดงานนอกจากสนามหลวงแล้วยังจัดขึ้นบริเวณใกล้เคียงด้วย เช่น วังสราญรมย์ ท่าราชวรดิฐ เขาดินวนา โดยเฉพาะในปี 2476 มีการจัดงานหลายวันระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายนถึง 12 ธันวาคม แน่นอนประชาชนส่วนใหญ่ก็เดินทางมาร่วมชมงาน เนื่องจากการจัดงานในลักษณะนั้นเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศ ไม่แพ้คำว่า ‘ประชาธิปไตย’ หรือ ‘รัฐธรรมนูญ’
การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ, ประชาธิปไตย, รวมไปถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎรผ่านการงานฉลองรัฐธรรมนูญนั้นมีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยการสื่อสารทางตรงที่ว่านั้นเห็นจะเป็นการสร้างปะรำเพื่อนำพานใส่รัฐธรรมนูญจริง ซึ่งเป็นพานทองสองชั้นและมีสมุดไทยเล่มยาวเขียนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปกครองสยามต้นฉบับตัวจริงมาจัดแสดง หวังให้ประชาชนคลายความสงสัยว่ารัฐธรรมนูญมีหน้าตาอย่างไร ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ได้ผลระดับหนึ่ง เพราะต่อมามีพ่อค้าทำเข็มรูปพานรัฐธรรมนูญเป็นเข็มกลัดติดเสื้อออกจำหน่าย จนกลายเป็นที่นิยมในสมัยนั้น
ส่วนการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในทางอ้อม ปรากฏให้เห็นผ่านอาคารชั่วคราวที่ใช้จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญที่แฝงไปด้วยหลัก 6 ประการของคณะราษฎร เช่น องค์ประกอบของพื้นที่ออกร้านจะประกอบด้วย เสาหกต้น ธงชาติหกผืน แบบผังร้านลักษณะหกเหลี่ยม เป็นต้น ที่สำคัญยังมีการจัดประกวดและมอบรางวัลให้กับร้านที่สามารถสื่อเรื่องรัฐธรรมนูญและหลัก 6 ประการด้วย ส่งผลให้ร้านต่างๆ มีความตั้งใจที่จะตกแต่งร้านให้สอดรับหลักการดังกล่าว
นอกจากนี้ งานฉลองรัฐธรรมนูญยังเป็นจุดกำเนิดของการประกวดนางสาวไทยหรือที่เรียกว่างานประกวดนางสาวสยามในสมัยนั้น เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2476 ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมใหม่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในสังคมไทย วัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ไม่ได้มุ่งไปที่การดึงดูดให้ประชาชนสนใจในงานฉลองรัฐธรรมนูญแต่เพียงอย่างเดียว แต่ด้านหนึ่งต้องการสื่อถึงแนวคิดตามหลักเสรีนิยมประชาธิปไตยด้วยผ่านการให้ผู้หญิงมีสิทธิได้แสดงออกและการมีศักดิ์ศรีเทียบผู้ชาย อันเป็นการสะท้อนถึงหลักความเสมอภาค ซึ่งเป็นหนึ่งในหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ด้วย ซึ่งยังคงได้รับการสืบทอดการกิจกรรมดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะปัญหาทางการเมือง ความขัดแย้งภายในประเทศ และภัยจากสงคราม ทำให้นับตั้งแต่ปี 2484 เป็นต้นมา งานฉลองรัฐธรรมนูญเริ่มซบเซาลงตามลำดับ ผนวกกับเกิดการรัฐประหารในปี 2490 ซึ่งเป็นการปิดฉากการครองอำนาจของคณะราษฎร แม้จะมีงานฉลองรัฐธรรมนูญที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สื่อถึงอุดมการณ์และหลัก 6 ประการของคณะราษฎรเท่าใดนัก ก่อนที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะทำการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปี 2501 และได้ยกเลิกงานฉลองรัฐธรรมนูญแบบที่คณะราษฎรเคยดำเนินการมาอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าจอมพลสฤษดิ์ ในฐานะผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยม ไม่ได้เว้นที่ว่างไว้สำหรับอุดมการณ์ของคณะราษฎรเลยแม้แต่น้อย
นับจากนั้นเป็นต้นมาทุกวันที่ 10 ธันวาคม ของปี จึงไม่ได้เห็นการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ แม้จะมีการใช้ชื่องาน ‘ฉลองรัฐธรรมนูญ’ ให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ที่จังหวัดตรัง แต่ก็ไม่ใช่เป็นการจัดงานเพื่อตอบสนองหลักการของคณะราษฎร โดยอาจมองว่าเป็นเพียงการจัดงานประจำปีของจังหวัดเท่านั้น ขณะที่ การจัดงานรัฐธรรมนูญในส่วนกลาง ไม่ปรากฏการเอ่ยถึงจุดเริ่มต้นของการมีรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผลผลิตจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การฉลองรัฐธรรมนูญจึงเป็นเพียงความทรงจำที่ต้องค้นหาเอาจากเอกสารประวัติศาสตร์ที่ยังพอเหลืออยู่เท่านั้น
ทว่าเมื่อเวลาผ่านมากว่า 6 ทศวรรษ ‘งานฉลองรัฐธรรมนูญ’ ได้ถูกกลับนำมาจัดขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ภายใต้การดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างสภาผู้แทนราษฎร
การจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญของสภาฯ นั้นจะเน้นธีมงานในหัวข้อ “ร่วมก้าวย่างบนเส้นทางประชาธิปไตย สู่เส้นชัยแห่งรัฐธรรมนูญ” โดยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นแม่งานในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งรูปแบบของงานที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ (2566) ก็ดูแปลกหูแปลกตาจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ทศวรรษ ที่มีการจัดงานด้วยการใช้คำว่า ‘วันฉลองรัฐธรรมนูญ’ อย่างเป็นทางการ อีกทั้งรูปแบบการจัดงานก็มีลักษณะใกล้เคียงกับในอดีตก่อนที่จะถูกยกเลิกในยุคจอมพลสฤษดิ์ ไม่ว่าจะเป็น การออกร้านจำหน่ายสินค้า การแสดงดนตรี
แม้ในภาพรวมของงานที่สภาฯ กำลังจัดขึ้นนั้นจะไม่ได้มีนัยทางการเมืองแฝงเหมือนกับที่คณะราษฎรเคยจัดเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน แต่มุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนในยุคนี้เช่นกัน เนื่องจากเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับรัฐธรรมนูญใหม่ จากเดิมที่สังคมไทยส่วนใหญ่ต่างรับรู้ถึงรัฐธรรมนูญในแง่ที่ว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจที่จะออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาอำนาจให้ตัวเองและทำลายฝั่งตรงข้าม จนถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง จึงไม่แปลกที่ทุกครั้งมีการสำรวจความคิดเห็นในทางการเมืองจะพบว่าประชาชนจะเบื่อหน่ายกับการแก้รัฐธรรมนูญที่เสียทั้งเวลาและงบประมาณ แต่ไม่เคยสามารถสร้างสันติสุขในทางการเมืองได้เสียที
ดังนั้น การจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญครั้งนี้ที่พยายามผสมงานมหรสพกับงานวิชาการเข้าด้วยกัน ก็เป็นความตั้งใจของผู้จัดงานที่อยากจะให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การแก้ไขเพื่อทำให้ประชาธิปไตยของไทยมีความสมบูรณ์ต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง
- parliamentmuseum.go.th
- pridi.or.th
- คณะราษฎร ฉลองรัฐธรรมนูญ : ประวัติศาสตร์การเมือง หลัง2475 ผ่านสถาปัตยกรรม "อำนาจ" โดย ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร