เท่านั้นยังไม่พอ "มังกรไฟ" ยังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก โดยเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนพ่าย อัล ไอน์ จาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยประตูรวม 1-2 ได้แค่รองแชมป์ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสรฟุตบอลจากประเทศไทยที่ทำได้ในการแข่งขันรายการนี้ นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเป็น เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก
- จาก บีอีซี เทโรศาสน สู่ โปลิศ เทโร เอฟซี
หลังจากนั้นสโมสรก็เริ่มทำผลงานตกต่ำลง สวนทางกับเม็ดเงินที่ลงทุนไปมหาศาล ทำให้ บีอีซี เทโรศาสน ตกเป็นข่าวพัวพันกับการเทคโอเวอร์อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ได้กลุ่มทุนที่เป็นนายตำรวจระดับสูง นำโดย พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา เข้ามาร่วมบริหารสโมสร พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น "โปลิศ เทโร เอฟซี"
อย่างไรก็ตามผลงานของทีมยังไม่กระเตื้องขึ้น แถมยังถึงขั้นตกชั้นในปี 2561 แต่แค่ฤดูกาลเดียวก็กลับมาเล่นในลีกสูงสุดได้อีกครั้ง
จากนั้นเมื่อประเทศไทยเจอกับวิกฤตโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้การแข่งขันต้องหยุดชะงักลงไประยะหนึ่ง แม้หลังจากนั้นจะกลับมาแข่งต่อได้ แต่ก็ห้ามแฟนบอลเข้าสนาม หรือการจำกัดจำนวน ซึ่งส่งผลให้ทุกสโมสรประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีรายได้เข้าสโมสร แต่รายจ่ายแทบไม่ต่างจากเดิม และ บีอีซี เทโรศาสน ก็หนีปัญหานี้ไปไม่พ้นเช่นเดียวกัน
ไบรอัน แอล มาร์คาร์ ประธานสโมสรที่ทำทีมมานานเกือบ 3 ทศวรรษ หมดเงินส่วนตัวไปนับพันล้านบาท สุดท้ายก็ไปต่อไม่ไหว ต้องมองหานักลงทุนรายใหม่มารับช่วงต่อ และในที่สุดก็ได้กลุ่มทุนจากกัมพูชา นำโดย พระองค์เจ้านโรดม อัมฤทธิวงศ์ , สมเด็จพระนโรดม นรินทรพงษ์ และ เจ้าชายนโรดม รวิจักร์ พร้อมด้วยเงินลงทุนจำนวน 200 ล้านบาทและได้เข้ามาถือหุ้นในสโมสรสัดส่วน 49%