ลุแก่อำนาจ-กำจัดผู้เห็นต่าง
ท่าทีของนานาชาติมีต่อเบลารุสค่อนข้างต่างกัน สหภาพยุโรปและชาติตะวันตกพากันคัดค้าน โดยไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งกับการดำเนินนโยบายปราบปรามผู้เห็นต่างซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ตรงข้ามกับรัสเซียที่จัดตั้งกองกำลังตำรวจสำรองพร้อมหนุนช่วยหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงปล่อยเงินกู้ก้อนใหญ่ให้เบลารุส 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แรงสนับสนุนจากรัสเซียช่วยต่อลมหายใจ ทำให้ ลูคาเชนโก กลับมาเคลื่อนไหว ตั้งแต่การกล่าวโทษนานาประเทศเรื่องจัดตั้งม็อบเข้าป่วน ปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์สื่ออิสระและสื่อต่างประเทศไปนับร้อย จับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหญิงอย่าง มาเรีย โคเลสนิโควา กับอีกสารพัดการจับกุมที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม หลายคนอ้างว่าถูกบีบบังคับให้รับสารภาพในความผิดที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนก่อ จนล่าสุด สเตฟาน ลาตีปอฟ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง พยายามฆ่าตัวตายด้วยปากกากลางศาลเพื่อต่อต้านการถูกบังคับให้รับสารภาพ
หนึ่งในเหตุการณ์ปราบปรามผู้เห็นต่างโด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งของเบลารุสคือ การส่งเครื่องบินรบเข้าจี้เครื่องบินโดยสารและบังคับให้ลงจอดในวันที่ 25 พ.ค. 2021 โดยอ้างว่ามีการขู่วางระเบิด แต่หลายฝ่ายรายงานว่าสาเหตุที่แท้จริงคือต้องการจับกุม โรมัน โปรตาเซวิช ผู้สื่อข่าวที่นำเสนอประเด็นโจมตีวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่โดยสารมากับเที่ยวบินนี้ด้วยเท่านั้น นั่นทำให้สหภาพยุโรปสั่งคว่ำบาตร ไม่ให้สายการบินของตนผ่านหรือใช้งานน่านฟ้าของเบลารุสอีกต่อไป
แต่ทางด้าน ลูคาเชนโก กลับปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น อ้างว่าการนำเครื่องบินรบจี้เครื่องบินโดยสารลำดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทางเบลารุสให้เที่ยวบินลงจอดเป็นไปตามข้อกำหนด อีกทั้งยังสั่งปิดกั้นพรมแดน ห้ามประชาชนและผู้พำนักอาศัยเดินทางออกนอกประเทศเป็นการชั่วคราวในวันที่ 1 มิ.ย. 2021 โดยอาศัยการควบคุมโควิด-19 เป็นข้ออ้าง แต่มีเสียงวิจารณ์ว่าสาเหตุที่แท้จริงคือเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เห็นต่างหรือใครก็ตามที่รัฐบาลคิดว่าเป็นภัย หลบหนีออกจากประเทศมากกว่า
การลี้ภัยและความตายของคนที่หลบหนี
นับแต่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน สเวตลานา ติคานอฟสกายา ลี้ภัยออกนอกประเทศ ก็มีบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาลทำแบบเดียวกัน เพื่อหนีการจับกุมปราบปรามผู้เห็นต่างดังที่กล่าวไป แต่ระยะหลังเริ่มมีการสกัดจับดังที่ได้เห็นจากกรณีการจี้สายการบินให้ลงจอดและสั่งปิดพรมแดน อย่างไรก็ตามประชาชนบางส่วนยังลักลอบหาทางออกนอกประเทศจนได้
หนึ่งในนั้นคือ "อาร์เซนี ซดาเนวิช" สามีของ ซิมานุสกายา นักกรีฑาสาว ที่หนีไปยูเครน ประกอบกับความขัดแย้งที่เกิดภายในหมู่บ้านนักกีฬา เมื่อเธอถูกบังคับให้ลงแข่งในการวิ่ง 4x400 เมตรซึ่งเธอปฏิเสธ แต่ก็ทำให้รู้สึกหวาดกลัวว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหากกลับประเทศไป เป็นผลให้เกิดการร้องขอความคุ้มครองในวันที่ 1 ส.ค. 2021 รวมถึงยื่นเรื่องของลี้ภัยจากสถานทูตโปแลนด์
วันรุ่งขึ้นหัวหน้ากลุ่มลี้ภัยชาวเบลารุสในยูเครน "วิตาลี ชีชอฟ" ก็ถูกลักพาตัวก่อนพบเป็นศพในวันถัดมา ซึ่งคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยลี้ภัยกับครอบครัวของนักกรีฑาสาว โดยเพื่อนร่วมงานของเขาให้การว่า เครือข่ายเคจีบี (ตำรวจลับ) ของเบลารุส มีการเคลื่อนไหวสอดส่องพวกเขามาสักพักก่อนเกิดเหตุ
จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดข้อเรียกร้องขอลี้ภัยของ ซิมานุสกายา จึงถูกตอบสนองอย่างรวดเร็วและง่ายดายขนาดนี้