⚽[หมอกควันไฟป่าจากแคนาดา ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา]
แม้ว่านครนิวยอร์กจะเผชิญหมอกควันจากไฟป่าขนาดใหญ่ในประเทศแคนาดาตลอดทั้งสัปดาห์ จนหลายพื้นที่มีการประกาศเตือนคุณภาพอากาศ แต่รายงานสภาพอากาศระบุว่า มวลอากาศเย็นที่จะเคลื่อนตัวเข้ามาในช่วงสุดสัปดาห์ จะช่วยลดความรุนแรงของหมอกควันได้ทันก่อนการแข่งขัน
ก่อนหน้านี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามแข่งขัน ถูกจัดให้อยู่ในระดับ "ไม่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มเสี่ยง" ขณะที่ทางการขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก
⚽[ตั๋วนัดชิงแพงที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาอเมริกัน]
ความต้องการชมเกมนัดชิงครั้งนี้พุ่งสูงจนสร้างสถิติใหม่
ข้อมูลจาก TicketData ระบุว่า ราคาตั๋วต่ำสุดสำหรับการเข้าสนามอยู่ที่ 7,595 ดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียง 3 วัน
ขณะที่ TickPick เปิดเผยว่า ราคาซื้อขายเฉลี่ยของตั๋วอยู่ที่ 11,327 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาของสหรัฐฯ แซงหน้าทั้งซูเปอร์โบวล์ของ NFL และรอบชิง NBA ไปเรียบร้อย
⚽[ฟุตบอลโลกครั้งแรกกับฮาล์ฟไทม์โชว์แบบซูเปอร์โบวล์]
อีกหนึ่งสีสันที่ทั่วโลกจับตา คือการแสดงช่วงพักครึ่งการแข่งขัน ซึ่งฟีฟ่านำรูปแบบเดียวกับซูเปอร์โบวล์มาใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
รายชื่อศิลปินระดับโลกที่เตรียมขึ้นแสดงประกอบด้วย Madonna, Justin Bieber, Shakira, BTS, Burna Boy และ Coldplay โดยการแสดงจะใช้เวลาประมาณ 11 นาที และมีข่าวลือว่าช่วงพักครึ่งอาจถูกขยายเป็นราว 30 นาที
ก่อนเกมยังจะมีพิธีเปิดล่วงหน้าราว 90 นาที ซึ่งมีรายงานว่า Tom Cruise, Robbie Williams และ Nicole Scherzinger จะร่วมสร้างสีสันให้กับงานอีกด้วย
⚽[เงินรางวัลสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก]
ฟีฟ่าปรับเพิ่มเงินรางวัลฟุตบอลโลก 2026 อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีเงินรางวัลรวมสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เงินรางวัลรวมอยู่ที่ 727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากฟุตบอลโลก 2022 และมีการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมในเวลาต่อมา หลังฟีฟ่าคาดการณ์ว่ารายได้รวมตลอดวัฏจักรปี 2023-2026 จะทะลุ 11,000 ล้านดอลลาร์
ทีมแชมป์โลกจะรับเงินรางวัล 50 ล้านดอลลาร์ ส่วนรองแชมป์รับ 33 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทุกชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 1.5 ล้านดอลลาร์สำหรับการเตรียมทีม
⚽[ถ้วยแชมป์เดินทางในหีบ Louis Vuitton สุดหรู]
เช่นเดียวกับฟุตบอลโลก 4 ครั้งหลังสุด ถ้วยแชมป์ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ จะถูกขนส่งมายังสนามแข่งขันภายในหีบพิเศษที่ออกแบบโดย Louis Vuitton
หีบดังกล่าวตกแต่งด้วยตัวอักษร V สีทอง ซึ่งสื่อถึงทั้งคำว่า Victory และ Vuitton พร้อมลวดลายโมโนแกรมอันเป็นเอกลักษณ์ และมุมโลหะเคลือบทองที่กลายเป็นภาพจำของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก
⚽[เมสซี่ลุ้นดาวซัลโวโลกครั้งแรกในชีวิต]
นอกจากถ้วยแชมป์โลกแล้ว ยังมีรางวัลส่วนบุคคลอีกหลายรางวัลที่อยู่ระหว่างการลุ้น
ลิโอเนล เมสซี่ เป็นผู้นำในการแข่งขันดาวซัลโวเหนือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งจะลงเล่นในนัดชิงอันดับ 3 ก่อนหนึ่งวัน
หากรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้ เมสซี่จะคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ หรือ Golden Boot เป็นครั้งแรกในอาชีพ หลังเคยพลาดมาแล้วหลายครั้ง
นอกจากนี้ยังมีรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (Golden Ball), ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม (Golden Glove), ดาวรุ่งยอดเยี่ยม และรางวัลแฟร์เพลย์ ซึ่งจะประกาศหลังจบการแข่งขัน
⚽[ทีมผู้ตัดสินพร้อมทำหน้าที่ในเกมประวัติศาสตร์]
ฟีฟ่ามอบหมายให้ สลาฟโก วินชิช ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย ทำหน้าที่เป่านกหวีดในนัดชิงชนะเลิศ โดยมี โทมัซ คลันชนิค และ อันดราซ โควาซิช ผู้ช่วยผู้ตัดสินจากชาติเดียวกันร่วมปฏิบัติหน้าที่
ส่วนผู้ตัดสินที่สี่คือ อัดฮัม มัคฮัดเมห์ จากจอร์แดน ขณะที่ โมฮัมหมัด อัลคาลาฟ รับหน้าที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง
⚽[เกมที่เป็นมากกว่าการชิงแชมป์โลก]
ศึกระหว่างสเปนกับอาร์เจนตินาไม่ได้เป็นเพียงการแย่งชิงถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดของวงการฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเผชิญหน้าของสองยุคสมัย ระหว่างอดีตกับอนาคต ระหว่างราชาผู้ครองโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับดาวรุ่งผู้ถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้สืบทอดอย่าง ลามีน ยามาล
เมื่อรวมเข้ากับสถิติใหม่ ราคาตั๋วที่แพงที่สุด การแสดงพักครึ่งแบบซูเปอร์โบวล์ การปรากฏตัวของผู้นำประเทศ และบรรยากาศที่ทั่วโลกกำลังจับจ้อง ทำให้รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่เพียงเกมฟุตบอลธรรมดา แต่เป็นมหกรรมกีฬาที่สะท้อนทั้งวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และพลังของกีฬาที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทุกมุมโลกเข้าด้วยกันได้ในค่ำคืนเดียว