svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

When Music Meets Power : ถ้าโลกมี Soundtrack เพลงบางเพลงคงถูกเปิดซ้ำบ่อยมาก

07 มี.ค. 2569

โลกตอนนี้กับเพลง Bitter Sweet Symphony บางครั้งเพลงหนึ่งเพลง ก็เหมือนกระจกบานหนึ่ง ไม่ใช่แค่กระจกที่สะท้อนหน้าเรา แต่เป็นกระจกที่สะท้อนอะไรบางอย่างที่อยู่กับเรามาเสมอแต่ไม่เคยสังเกต ไม่เคยรู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรใหญ่โต

ถ้าคุณลองเปิดข่าวโลกในช่วงนี้ แล้วกลับไปฟังเพลง Bitter Sweet Symphony อีกครั้ง

คุณอาจรู้สึกว่า เพลงนี้กำลังเล่าเรื่องเดียวกับโลกที่เราอยู่

โลกที่มีทั้งความหวัง และความตึงเครียด ทั้งสวยงาม และขัดแย้ง พร้อมกัน

มีเพลงบางเพลง ที่ไม่ได้แค่ “เพราะ”

แต่เหมือนกำลังเล่าเรื่องของโลกทั้งใบ Bitter Sweet Symphony ของวง The Verve

เป็นหนึ่งใน List เพลงของผู้เขียน

 

เสียงไวโอลินค่อย ๆ ลอยขึ้นมา วนซ้ำ เหมือนบางอย่างกำลังหมุนอยู่

ตอนฟังครั้งแรก หลายคนคิดว่ามันเป็นเพลงเศร้า แต่พอฟังอีกที

มันก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น

มันเหมือนชีวิต มีทั้งหวาน และขม พร้อมกัน

ช่วงนี้ถ้าเปิดข่าวโลก คุณจะเห็นชื่อประเทศสองประเทศโผล่ขึ้นมาบ่อย

สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน

ความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ยาวนาน กว่าคนรุ่นเราหลายคน

ตั้งแต่เหตุการณ์ Iranian Revolution ในปี 1979

จนถึงสงครามเงาในตะวันออกกลาง การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และข้อพิพาทเรื่องโครงการนิวเคลียร์

 

หลายครั้งโลกเหมือนกำลังยืนอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “การเจรจา” กับ “ความขัดแย้ง”

บางช่วงดูเหมือนจะดีขึ้น บางช่วงเหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

เหมือนเสียงดนตรีที่ดังขึ้น แล้วก็เงียบลง แต่ไม่เคยหายไป

 

มีฉากหนึ่งในมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้

Richard Ashcroft เดินตรงไปข้างหน้า ท่ามกลางผู้คนบนถนน

เขาไม่หลบใคร และคนอื่นก็ไม่หลบเขา ทุกคนเดินชนกัน แต่ก็ยังเดินต่อ

ประเทศมหาอำนาจเดินไปข้างหน้า ประเทศที่ต่อต้านก็เดินไปข้างหน้า

ไม่มีใครอยากเป็นคนที่หยุดก่อน และโลกทั้งใบ ก็เหมือนกำลังยืนดูอยู่ข้างถนน

 

เรื่องแปลกของโลกคือ ทุกฝ่ายมีเหตุผลของตัวเอง

สหรัฐพูดถึง “ความมั่นคงของโลก”

อิหร่านพูดถึง “อธิปไตยของตัวเอง”

ถ้าเราฟังเพียงฝ่ายเดียว เรื่องราวจะดูชัดเจนมาก

แต่ถ้าเราฟังทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน โลกจะเริ่มเหมือนวงออร์เคสตรา

ที่มีเครื่องดนตรีหลายตัว กำลังเล่นคนละทำนอง

บางเสียงเข้ากัน บางเสียงขัดกัน

แต่ทั้งหมด กำลังเล่นอยู่ในเพลงเดียวกัน

 

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ Bitter Sweet Symphony ยังคงถูกเปิดฟังมาจนถึงวันนี้

เพราะมันพูดถึงความจริงอย่างหนึ่งของมนุษย์ โลกไม่ได้เป็นสีขาว หรือสีดำ

มันเป็นสีเทา

มันมีทั้งความงดงาม และความขัดแย้ง

มันมีทั้งความหวัง และความกลัว พร้อมกัน

 

ในข่าวการเมืองระหว่างประเทศ เรามักเห็นแต่คำใหญ่ ๆ

ยุทธศาสตร์

อำนาจ

ความมั่นคง

ภูมิรัฐศาสตร์

แต่จริงๆ แล้ว เบื้องหลังคำเหล่านั้น คือผู้คนธรรมดา

 

คนที่ต้องไปทำงานตอนเช้า คนที่ต้องเลี้ยงลูก คนที่ต้องเปิดร้าน

ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหน โลกของพวกเขา ไม่ได้ใหญ่เท่าโลกที่เห็นผ่านข่าว

แต่มันคือ โลกในชีวิตจริง

 

บางทีโลกทั้งใบ ก็เหมือนเพลงเพลงหนึ่ง

บางช่วงเพราะมาก บางช่วงฟังแล้วอึดอัด แต่เพลงยังคงเล่นต่อไป

เหมือนประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จบ เหมือนความขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลาย

และเราแต่ละคน ก็เหมือนเครื่องดนตรีเล็ก ๆ ในวงออร์เคสตรานั้น

ไม่ว่าเราจะอยากเล่น หรือไม่ก็ตาม

 

คืนนี้ ถ้ามีเวลาเงียบ ๆ สักห้านาที

ลองเปิดฟังเพลงนี้ แล้วฟังมันจนจบ

คุณอาจจะเข้าใจว่า ทำไมประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ถึงเป็นซิมโฟนีที่ทั้งงดงาม และขมขื่น ในเวลาเดียวกัน

 

แล้วคุณจะรู้ว่า

ทำไมเพลงนี้ ถึงยังเดินอยู่บนถนนสายเดิมของโลก

มาเกือบสามสิบปีแล้ว