"รัสเซีย" แบ่งปันข่าวกรองที่ตั้ง "สหรัฐ" ให้ "อิหร่าน" เฮกเซธโต้ "ทรัมป์" รู้เรื่องทุกอย่าง
07 มี.ค. 2569
แหล่งข่าวหลายรายเผยกับซีบีเอสนิวส์ "รัสเซีย" กำลังให้ข้อมูลข่าวกรองที่ตั้งของทหาร "สหรัฐ" ในตะวันออกกลางแก่ "อิหร่าน"
ข่าว
07 มี.ค. 2569
แหล่งข่าวหลายรายเผยกับซีบีเอสนิวส์ "รัสเซีย" กำลังให้ข้อมูลข่าวกรองที่ตั้งของทหาร "สหรัฐ" ในตะวันออกกลางแก่ "อิหร่าน"
แหล่งข่าวหลายรายรวมถึงเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐ ที่รู้เรื่องโดยตรงเผยกับ ซีบีเอสนิวส์ เมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังแบ่งปันข้อมูล ทรัพยากรทางทหารสหรัฐ ในตะวันออกกลางแก่อิหร่าน เป็นครั้งแรกที่ชี้ให้เห็นว่า รัสเซียศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐ กำลังช่วยเหลืออิหร่านทางอ้อม
ทำเนียบขาวไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้ กล่าวเพียงว่า “ระบอบอิหร่านกำลังถูกบดขยี้สิ้นซาก”
“การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธของพวกเขาลดลงทุกวัน กองทัพเรือกำลังถูกขจัด ขีดความสามารถในการผลิตกำลังถูกทำลาย ตัวแทนแทบสู้รบต่อไม่ได้
ปฏิบัติการ Epic Fury กำลังบรรลุหรือทำได้เกินกว่าทุกเป้าหมาย และสหรัฐจะครองความเหนือกว่าต่อไป” แอนนา เคลลี รองโฆษกแถลง
แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ และไม่ต้องการสู้รบเปิดเผยตัว เนื่องจากเป็นประเด็นอ่อนไหว ระบุว่า
นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 กุมภาพันธ์) รัสเซียได้ส่งข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของกองกำลังทหารสหรัฐฯ รวมถึงเรือรบและเครื่องบิน ให้กับอิหร่าน สวนทางเดียวกับการสู้รบเรียกร้องของรัสเซีย ให้ยุติสงคราม ซึ่งระบุว่าเป็น "การสู้รบรุกรานด้วยอาวุธโดยไม่มีการสู้รบยั่วยุ"
ขอบเขตความช่วยเหลือ ด้านการสู้รบกำหนดเป้าหมายของรัสเซียต่ออิหร่าน ยังไม่ชัดเจนนัก ความสามารถของกองทัพอิหร่านในการสู้รบระบุตำแหน่งกองกำลังสหรัฐฯ ลดลงอย่างมาก หลังเริ่มการสู้รบได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่สหรัฐฯ สูญเสียทหาร 6 นาย และอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บ จากการสู้รบโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในคูเวต เมื่อวันอาทิตย์ (1 มีนาคม) อิหร่านได้ยิงโดรนโจมตีทางเดียว (one-way attack drones) หรือ โดรนกามิกาเซ่ หลายพันลำ กับขีปนาวุธหลายร้อยลูก ใส่ตำแหน่งทางเดียวทหาร สถานทูต และพลเรือนของสหรัฐฯ ในขณะที่ปฏิบัติการสู้รบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายของอิหร่านไปแล้วกว่า 2,000 แห่ง รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธ เรือรบ และผู้นำของประเทศ
ด้าน พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกับซีบีเอสนิวส์
“ประชาชนชาวอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่า ผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเขาทราบดีว่า ใครกำลังพูดคุยกับใคร และสิ่งใดก็ตามที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่สาธารณะหรือผ่านช่องทางลับ ก็จะถูกตรวจสอบและจัดการอย่างเด็ดขาด”
เมื่อถามว่า การแบ่งปันข่าวกรองของรัสเซีย ทำให้เจ้าหน้าที่อเมริกันตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นหรือไม่ เฮกเซธตอบ
"ไม่มีใครทำอันตรายเรา มีแต่เราทำให้คนอื่นตกอยู่ในอันตราย นั่นคืองานของเรา ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลเราจัดการมันตามความจำเป็น ผู้บัญชาการของเราคำนึงถึงเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว แต่ตอนนี้คนที่ต้องกังวล มีเพียงชาวอิหร่านที่คิดว่าตัวเองจะรอดชีวิตหรือไม่เท่านั้น”
ขณะที่แคโรไลน์ ลีวิต โฆษกทำเนียบขาว ตอบคำถามช่วงมาออกรายการฟ็อกซ์นิวส์ เกี่ยวกับข่าวกรองเกี่ยวกับทรัพยากรทางทหารของสหรัฐที่รัสเซียส่งให้อิหร่าน เธอกล่าวว่า ไม่มีความเห็นเรื่อง “รายงานข่าวกรองที่หลุดไปถึงสื่อ”
“ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย เอาจริงๆ เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ และกองทัพสหรัฐ กำลังขจัดระบอบผู้ก่อการร้ายอิหร่านอันธพาลอย่างสิ้นเชิงแล้ว” โฆษกกล่าว
และชี้แจงกับผู้สื่อข่าวในภายหลังว่า เธอหมายถึงการที่รัสเซียแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง เกี่ยวกับทรัพยากรทางทหารของสหรัฐกับอิหร่านนั้น “ไม่สำคัญ” เพราะ “เห็นได้ชัดว่า มันไม่ได้สร้างความแตกต่างใดๆ ต่อปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน เพราะเรากำลังทำลายล้างพวกเขาอย่างสิ้นเชิง”
ก่อนหน้านั้นในวันศุกร์ ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลรัสเซียกำลัง “เจรจา” กับตัวแทนของผู้นำอิหร่าน คำพูดนี้ของเพสคอฟ ซึ่งเป็นเพียงคำพูดเดียวที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านในการแถลงข่าววันศุกร์นั้น เกิดขึ้นหลังจากที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัสเซียและจีนกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่านทางการเมืองและ “ในด้านอื่นๆ”
สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลมอสโกและเตหะรานขยายความร่วมมือทางทหาร ตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 อิหร่านจัดหาโดรนโจมตีชาเฮดที่ใช้ทำลายเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน ส่วนเตหะรานก็ช่วยมอสโกตั้งโรงงานผลิตโดรนตามแบบอิหร่านแห่งหนึ่งในรัสเซีย
ด้าน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวในสัปดาห์นี้ผ่าน X ว่า สหรัฐขอให้ยูเครนช่วยปกป้องประเทศอ่าวเปอร์เซีย จากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยเขาให้คำแนะนำ “จัดหาเครื่องมือที่จำเป็น และควรมีผู้เชี่ยวชาญชาวยูเครน คอยดูแลความปลอดภัยที่จำเป็นให้”
สหรัฐนั้นเป็นคนกลางเจรจาสันติภาพสามฝ่ายระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้
