🔵[ราคาที่ต้องจ่าย: โมฆะทั้งประเทศ และ ‘บัตรเชิญ’ รัฐประหาร]
หากบทสรุปจบลงที่ว่า “ไม่ลับ” จริง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือผลกระทบแบบโดมิโนที่จะตามมา
✅ อาจารย์วิษณุเตือนความจำสังคมด้วยบทเรียนจากปี 2549 ว่า หากศาลสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะไม่ใช่การเลือกตั้งซ่อมเฉพาะเขต แต่ต้องเป็น “การเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ” เพราะบัตรเลือกตั้งเป็นโมเดลเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งหมายถึงความเสียหายทางงบประมาณมหาศาล และความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ กกต. ต้องแบกรับ
✅ แต่อาจารย์จรัญมองข้ามช็อตไปไกลกว่านั้น ท่านเตือนว่า ภาวะโมฆะจะนำไปสู่ “สุญญากาศทางการเมือง” รัฐบาลรักษาการจะมีอำนาจจำกัด ความขัดแย้งของมวลชนอาจปะทุขึ้น และความวุ่นวายที่คุมไม่อยู่นั้น เปรียบเสมือนการยื่น “บัตรเชิญ” ให้เกิดการรัฐประหาร ซึ่งเป็นจุดจบที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
🔵[ทางออกที่สำคัญ : กกต.ต้องกล้าหาญ}
เสียงสะท้อนจาก 2 กูรูกฎหมายนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่เพื่อกระตุกคิดให้สังคมเห็นว่า “บาร์โค้ด” เล็กๆ บนบัตรเลือกตั้ง อาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด
ทางออกของเรื่องนี้จึงต้องอาศัยความกล้าหาญของ กกต. ในการเปิดเผยระบบให้ตรวจสอบเพื่อคลายข้อสงสัย และอาศัยสติของภาคประชาชนในการต่อสู้ด้วยหลักฐานมากกว่าอารมณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าการทวงถามความยุติธรรมของเรา จะไม่กลายเป็นการเปิดประตูสู่ทางตันที่ประชาธิปไตยต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้งกระดาน