เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: "ชิปหาย" เพราะสงครามอิหร่าน! วิกฤตทุบ AI-เทคโลก มือถือแพง-คอมเลื่อนเปิดตัว ไทยต้องรับมืออย่างไร?

25 เม.ย. 2569

STORY: "ชิปหาย" เพราะสงครามอิหร่าน! วิกฤตทุบ AI-เทคโลก มือถือแพง-คอมเลื่อนเปิดตัว ไทยต้องรับมืออย่างไร?

เมื่อกระสุนในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้หยุดแค่เรือบรรทุกน้ำมัน แต่กำลังสั่นคลอนชิปในสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอนาคตดิจิทัลของเราทุกคน — คุณพร้อมจ่ายแพงขึ้น หรือรอนานขึ้นแล้วหรือยัง?

ลองนึกภาพว่าวันหนึ่งคุณเดินเข้าร้านมือถือ แล้วพบว่ารุ่นที่อยากได้ไม่มีของ หรือมีแต่ราคาพุ่งไปอีก 15-20% เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องอนาคตอีกต่อไปแล้ว

 

มันกำลังเกิดขึ้น ตอนนี้

 

🔵 [เมื่อก๊าซหายไป ชิปก็หายตาม]

ต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ แต่อยู่กลางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ทางผ่านของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผ่านเส้นทางนี้มากกว่า 20% ของปริมาณการค้าโลก

 

เมื่อความไม่สงบในตะวันออกกลางปิดเส้นทางนั้นตั้งแต่ปลาย ก.พ. 2569 ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมันที่ปั๊ม แต่ลามไปถึงโรงงานผลิตชิปในไต้หวันและเกาหลีใต้ทันที

 

ไต้หวัน บ้านของ TSMC ผู้ผลิตชิปที่ล้ำที่สุดในโลก พึ่งพา LNG สูงถึง 50% ในการผลิตไฟฟ้า โดยมีสำรองเชิงยุทธศาสตร์ไม่ถึง 2 สัปดาห์

 

ฟากเกาหลีใต้ บ้านของ Samsung และ SK Hynix เจ้าตลาดหน่วยความจำ HBM กว่า 80% ของโลก ก็ไม่ต่างกัน เพราะน้ำมัน 70% ที่ใช้ในประเทศต้องผ่านช่องแคบเดียวกันนั้น

 

ยังไม่พอ มีสารเคมีที่ดูเหมือนไกลตัวแต่กลับเป็นตัวแปรชี้ชะตา อย่าง ฮีเลียม จากกาตาร์ที่ใช้ระบายความร้อนในการผลิตชิป และ โบรมีน จากอิสราเอลที่เกาหลีใต้พึ่งพาสูงถึง 90% ราคาของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นหลังการโจมตีทางอากาศในเดือนมีนาคม 2569

 

แล้วชิปที่ว่าหายไปไหนอีก?

🔵 [AI กวาดชิปไปหมด คนทั่วไปเริ่มหาซื้อไม่ได้]

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) พูดตรงๆ ว่า "ยอมรับว่าตอนนี้ชิปหายไปจากตลาดจริง ขาดตลาดมาก เพราะเอไอเอาไปหมด"

 

ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชิปกราฟิกสำหรับ AI เซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป แต่ลามไปถึง CPU ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป รายงานล่าสุดชี้ว่า Intel และ AMD ขึ้นราคาซีพียูแล้ว 10-15% และที่น่ากังวลกว่าราคาที่สูงขึ้น คือของบางรุ่น "ขึ้นราคาแล้วยังไม่มีของขาย"

 

ฝั่ง Apple ก็ไม่รอด รายงานจาก Mark Gurman นักข่าวจาก Bloomberg ระบุว่า Mac Studio รุ่นใหม่ ที่เดิมวางแผนเปิดตัวกลางปี 2026 อาจถูกเลื่อนออกไปถึง เดือนตุลาคม เหตุจากการขาดแคลน RAM ที่ถูก AI ดูดไปใช้จนตลาดตึงตัว

 

สุพันธุ์บอกว่า สิ่งที่น่ากังวลกว่าครั้งก่อนคือ "ครั้งนี้หาซื้อจากตลาดอื่นก็ไม่ได้ เพราะไม่มีของจริงๆ"

 

🔵 [มือถือปี 2026 อาจต้อง "ลดสเปก" เพื่อความอยู่รอด]

ความเจ็บปวดกำลังเดินทางมาถึงมือผู้บริโภคทั่วไปโดยตรง

 

ปัญหาที่ TSMC เผชิญในการผลิตชิป 2 นาโนเมตร ให้ได้ปริมาณมากพอในราคาสมเหตุสมผล กำลังบีบให้ Qualcomm, Apple และ MediaTek ต้องเลือก ชิประดับ 2nm จะถูกสงวนไว้เฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง Ultra หรือ Pro Max เท่านั้น ขณะที่รุ่นรองลงมาอาจต้องใช้ชิปที่ "ลดสเปกลงมา" เพื่อควบคุมต้นทุน

 

เมื่อรู้ว่าชิประดับเรือธงอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 มีต้นทุนสูงราว 10,000 บาทต่อชิปเพียงอย่างเดียว การจะใส่ชิปนี้ในทุกรุ่นแทบเป็นไปไม่ได้เลยในสภาวะนี้

 

ผลที่ตามมาชัดเจนมาก: ปีนี้ "ช่องว่าง" ระหว่างมือถือรุ่นธรรมดาและรุ่นท็อปจะยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม และผู้บริโภคอาจต้อง "จ่ายแพงขึ้น เพื่อได้สเปกเดิม"

 

สุพันธุ์ยืนยันสิ่งที่หลายคนกลัวว่า "ผลพวงที่จะเกิดขึ้นเมื่อชิปแพง โน้ตบุ๊กก็จะแพงขึ้น ประชาชนที่รายได้เท่าเดิมก็จะไม่ซื้อรุ่นใหม่ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ก็จะยาวขึ้น"

🔵 [ไทยอยู่ตรงไหนในพายุลูกนี้?]

สำหรับประเทศไทยซึ่งพยายามสร้างตัวเองให้เป็น "Digital Hub" ของอาเซียน วิกฤตครั้งนี้มาพร้อมกับทั้งความเสี่ยงและโอกาส

 

ด้านความเสี่ยง ไทยนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อตลาดโลกตึงตัว ค่า FT จะพุ่งสูง กระทบต้นทุนของดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัลที่กินไฟมหาศาล นอกจากนี้ ไทยคือผู้ส่งออก PCB และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รายใหญ่ หากชิปต้นน้ำในไต้หวันขาดแคลน โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ใน EEC อาจเจอ Supply Chain Disruption รอบใหม่ ที่อาจหนักกว่าช่วงโควิด-19

 

ด้านโอกาส ข้อมูลจาก BOI ระบุว่าในปี 2568 ไทยมียอดลงทุนด้าน Data Center และ Cloud จากกลุ่ม GAFAM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลสำคัญคือ "ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์" ขณะที่ตะวันออกกลางร้อนระอุ ไทยอาจกลายเป็น "หลุมหลบภัยดิจิทัล" ให้บริษัทเทคฯ ทั่วโลก

 

แต่ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อไทยเร่งปฏิรูป นโยบาย Direct PPA และผลักดันพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง เพื่อให้บิ๊กเทคมั่นใจว่าไฟจะไม่ดับในเวลาที่โลกต้องการมากที่สุด

 

🔵 [บทสรุป: สงครามครั้งนี้สู้กันที่ "วัตต์" ไม่ใช่ "โค้ด"]

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การแข่งขัน AI ไม่ได้วัดกันที่ความฉลาดของอัลกอริทึมอีกต่อไป แต่วัดกันที่ว่าใครจัดหาไฟฟ้า สารเคมี และชิป ได้มากกว่ากัน

 

สุพันธุ์ มงคลสุธี ทิ้งท้ายไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า "นี่ไม่ใช่ความท้าทาย มันคือความยากและเหนื่อยมาก รายเล็กเจอแบบนี้ ตายแน่นอน"

 

คำถามทิ้งท้าย:

ท่ามกลางวิกฤตที่ทั้งชิปขาด ราคาพุ่ง และมือถือรุ่นใหม่อาจสเปกไม่ต่างจากเดิมแต่แพงขึ้น — คุณคิดว่าไทยควรเร่งรีบทำอะไรที่สุด ระหว่างการลงทุนผลิตชิปในประเทศ การผลักดันพลังงานสะอาด หรือการดึงดาต้าเซ็นเตอร์จากต่างชาติ?