ทางร้านจะแนบกระดาษแผ่นเล็กอธิบายวิธีการกินมาให้ด้วย ขั้นตอนแรกคือการคีบเครื่องเคียงมาวางบนโซบะตามใจชอบ ก่อนจะราดด้วยทสึยุที่ให้มาในขวด ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงถาดโซบะชั้นสุดท้าย และปิดท้ายด้วยน้ำต้มเส้นโซบะที่เสิร์ฟมาในกาคล้ายน้ำชา ว่ากันว่าน้ำต้มเส้นโซบะนั้นอุดมไปด้วยสารอาหาร รินใส่ถ้วยเล็กแล้วดื่มเพลินๆ ได้เลย
ถึงจะเป็นร้านเก่าแก่ แต่ไม่เคยหยุดพัฒนา
ร้านถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผู้บริหารแต่ละรุ่นนั้นจะคิดค้นเมนูใหม่ๆ ในส่วนของร้านขนมขึ้นมาเป็นซิกเนเจอร์ของรุ่น อย่างรุ่นที่ 13 เป็นโซบะโมจิ ถั่วแดงกวนห่อด้วยโมจิที่ทำจากแป้งโซบะ รุ่นที่ 14 โซบะอิตะ มีลักษณะเป็นแผ่นแครกเกอร์บางๆ รสโซบะ รุ่นที่ 15 เป็นวาราบิโมจิ จนตอนนี้เดินทางมาถึง อาริโกะ อินาโอกะ ผู้สืบทอดรุ่นที่ 16 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ผู้บริหารร้านเป็นผู้หญิง พร้อมกับเมนูคารินโตะ หรือแป้งโซบะทอดกรอบรสอบเชย เกลือ และงา เข้ากันได้ดีกับชาเขียวหรือกาแฟยามบ่าย
ในส่วนของโซบะนั้น ทางร้านก็มีเมนูพิเศษตามฤดูกาลอยู่เสมอ ช่วงที่เราไปเยือนนั้นเป็นช่วงปลายฤดูหนาว ใกล้เข้าฤดูใบไม้ผลิ มีเมนูพิเศษเป็นข้าวหน้าฟองเต้าหู้เสิร์ฟพร้อมโซบะสูตรดั้งเดิม ส่วนฤดูอื่น ๆ ก็น่าจะมีเมนูสนุกๆ ให้ได้ลองไม่ต่างกัน
ถึงจะเป็นโซบะเจ้าเก่า แต่ก็โซบะธรรมดาไม่ใช่เหรอ? บอกเลยว่าต้องลองก่อน เพราะทางร้านพิถีพิถันตั้งแต่การคัดแป้งโซบะ ซึ่งเป็นแป้งที่มาไกลจากฮอกไกโด ส่วนทสึยุของทางร้านนั้นต้มด้วยสาหร่ายริชิริคอมบุ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่คุณภาพดีที่สุด ต้มกับน้ำสะอาดจากแหล่งน้ำธรรมชาติของเกียวโต ได้รสชาติโซบะที่แตกต่างจากร้านทั่วไปแน่นอน
โซบะของทางร้านจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นวัฒนธรรม เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ตั้งแต่สถาปัตยกรรมสไตล์เมจิของร้าน การตกแต่งร้าน ประวัติศาสตร์การทำโซบะที่สืบทอดมายาวนาน การสืบทอดรุ่นสู่รุ่นและเมนูพิเศษประจำรุ่น ถ้าได้แวะเวียนมาที่โตเกียว ร้านโซบะแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดนึงที่เราคิดว่าไม่ควรพลาด
Honke Owariya
เปิดทุกวัน 11.00-15.30 น.
สถานีคาราสุมะ โออิเคะ ทางออก 1
(ตรวจสอบวันหยุดของร้านได้ที่หน้าเว็บไซต์)
maps.app.goo.gl
ข้อมูลอ้างอิง