ช่วงที่พำนักอยู่ในเยอรมนี สารคดีพาเราไปสำรวจมิติต่างๆ ของนาวาลนี เช่น เวลาส่วนตัวที่เขาหยอกล้อกับภรรยาและลูกๆ เราได้เห็นว่าเขาเป็นคนมีอารมณ์ขัน และดูเหมือนจะใช้โซเชียลมีเดียเก่งกว่าพวกลูกๆ เสียอีก แต่ในด้านที่จริงจัง ผู้กำกับก็นั่งคุยกับนาวาลนีถึงจุดยืนทางการเมืองของเขาอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่ดีคือผู้สร้างไม่ได้อวยนาวาลนีอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ทำให้เห็นว่าเขาก็มีความย้อนแย้งอยู่ในตัว เมื่อถามว่าทำไมเขาถึงไปเดินขบวนกับพวกขวาจัดหรือนีโอนาซี นาวาลนีตอบอย่างชัดเจนว่าในการต่อสู้กับปูติน ต่อให้อีกฝ่ายเป็นนาซีแต่ต่อต้านปูติน เราก็ต้องไม่ทอดทิ้งพวกเขา นี่คือบริบทเฉพาะตัวของรัสเซีย
อย่างไรก็ดี นาวาลนีไม่ได้พักผ่อนอย่างสบายใจในเยอรมนี เขาฟอร์มทีมขึ้นมาเพื่อสืบสาวว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการพยายามสังหารเขา จนในที่สุดก็ได้รายชื่อมาจำนวนหนึ่ง ความยียวนของนาวาลนีคือโทรศัพท์ไปหาคนเหล่านั้นด้วยตัวเองพร้อมถ่ายวิดีโอขณะสนทนาเก็บไว้ และเมื่อนาวาลนีปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากรัสเซียในตอนที่คุยกับนักวิทยาศาสตร์รายหนึ่ง อีกฝ่ายก็เปิดเผยข้อมูลการวางยามาแทบหมดเปลือก นาวาลนีส่งคลิปสนทนานั้นไปให้กับสำนักข่าวใหญ่ทั่วโลก จนมันกลายเป็นข่าวไวรัลร้อนแรง เดาได้ไม่ยากว่ารัฐบาลรัสเซียออกมาปฏิเสธทันที แถมยังถ่มถุยว่านาวาลนีเป็นพวกปลิ้นปล้อนสร้างความเท็จ ส่วนนักวิทยาศาสตร์รายนั้นก็หายตัวไปอย่างลึกลับตามระเบียบ
ต่อมาในปี 2021 นาวาลนีก็ทำสิ่งที่ทั้งโลกต้องอึ้ง เมื่อเขาตัดสินใจเดินทางกลับไปสู้คดีในรัสเซีย แทนที่จะลี้ภัยในเยอรมนีต่อไป นาวาลนีบอกว่าเขาไม่ต้องการหนี ต้องการสู้กับระบบ แม้ว่ามันจะเป็นการสู้ที่ไม่แฟร์เลย ตามคาดว่านาวาลนีถูกจับตัวตั้งแต่ที่สนามบิน เขาถูกตัดสินจำคุกราว 20 ปีด้วยข้อหาเป็นพวกหัวรุนแรงและอีกสารพัด จนเขาจากโลกนี้ไปอย่างที่เล่าในตอนต้น
น่าขนลุกว่าในสารคดี Navalny มีฉากที่ผู้กำกับขอร้องให้นาวาลนีพูดสั่งเสียกับชาวรัสเซีย หากวันหนึ่งเขาถูกสั่งฆ่าขึ้นมา ตอนแรกนาวาลนีทำติดตลกไม่ยอมพูด บอกว่าเขาไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่สุดท้ายเขาก็พูด และเป็นสารที่น่าจับใจอย่างยิ่ง เขากล่าวว่า “พวกคุณไม่ได้รับอนุญาตให้ยอมแพ้นะ ถ้าพวกเขาฆ่าผม นั่นก็แปลว่าพวกเรานั้นแข็งแกร่ง ต้องจดจำไว้ว่าเราคือพลังอันยิ่งใหญ่ สิ่งเดียวที่ทำให้พวกชั่วร้ายชนะก็คือการที่คนดีๆ ไม่ยอมทำอะไร ดังนั้นโปรดอย่านิ่งเฉยครับ”
หลังการตายของนาวาลนี เริ่มมีการเคลื่อนไหวของประชาชนฝั่งต่อต้านปูตินอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงแรงกระเพื่อมเล็กๆ ท่ามกลางการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างเข้มงวดของฝั่งรัฐบาล เราไม่อาจแน่ใจได้นักว่าคำทิ้งท้ายของนาวาลนีจะเป็นจริงในสักวันหรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุดครอบครัวของเขาจะสืบต่อภารกิจต่อไป ยูเลีย—ภรรยาของนาวาลนี—ให้สัมภาษณ์โจมตีปูตินอย่างต่อเนื่อง ส่วนดาชา—ลูกสาวของเขา—ได้พูดไว้บนเวที TED Talks ว่า “รัสเซียคือบ้านของฉัน มันคือที่ที่ฉันเกิด ที่ที่ฉันเติบโตมา สถานที่ที่ทำให้ฉันเป็นฉันทุกวันนี้ และฉันสัญญาว่าฉันจะยังพูดและบอกเล่าความจริงต่อไป ฉันจะสู้จนกว่ารัสเซียกลายเป็นประเทศที่มีอิสระและเป็นประชาธิปไตย”