คลื่นใต้น้ำ “อนุทิน” เจอบ้านใหญ่ต้านเพื่อน “ไชยชนก” ก๊กลูกเทพตีตั๋ว รมต.
26 ก.พ. 2569
น้ำเงินป่วน “อนุทิน” เจอคลื่นใต้น้ำ จับตาก๊กลูกเทพสาย “ไชยชนก” ก๊กบ้านใหญ่ ชิงเก้าอี้รัฐมนตรี
Exclusive
26 ก.พ. 2569
น้ำเงินป่วน “อนุทิน” เจอคลื่นใต้น้ำ จับตาก๊กลูกเทพสาย “ไชยชนก” ก๊กบ้านใหญ่ ชิงเก้าอี้รัฐมนตรี
26 กุมภาพันธ์ 2569 โจทย์ยากน้ำเงิน อนุทิน จัดสรรรัฐมนตรีอย่างไรให้ลงตัว จับตาก๊กลูกเทพ-ก๊กบ้านใหญ่ เปิดศึกชิงเก้าอี้เสนาบดี
ครูใหญ่เนวินรู้ทัน เรียกประชุม 192 สส.ที่บุรีรัมย์ สยบเกมบ้านใหญ่-ขาใหญ่ ต้านก๊กลูกเทพเพื่อนไชยชนก โปรไฟล์ดีตีตั๋ว รมต.
สาเหตุหนึ่งที่ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จัดสูตรรัฐบาลไม่เกิน 300 เสียง ยอมตัดพรรคกล้าธรรม เพราะต้องการสงวนตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ให้ “ซุ้มบ้านใหญ่” กว่า 20 ตระกูลดัง ทั้งน้ำเงินแท้และน้ำเงินพลัดถิ่น
รัฐธรรมนูญกำหนดให้คณะรัฐมนตรี ไม่เกิน 35 คน รวมนายกรัฐมนตรีเป็น 36 คน จากที่ปรากฏเป็นข่าวในเวลานี้ โควตาของพรรคภูมิใจไทยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ มีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง ซึ่งต้องกันให้ “คนนอก” 5 ตำแหน่ง และยังไม่นับรัฐมนตรีช่วยอีกจำนวนหนึ่ง
ขณะที่ตัวเลข สส.พรรคภูมิใจไทยทะลุ 192 คน แบ่งเป็น สส.เขต 173 คน สส.บัญชีรายชื่อ 19 คน ซึ่ง สส.เหล่านี้ ล้วนมาจากซุ้มบ้านใหญ่ 60-70ตระกูล มิหนำซ้ำ ยังมีทั้ง “น้ำเงินเลือดแท้” และ “น้ำเงินพลัดถิ่น”
แค่ค่ายน้ำเงิน จะจัดสรรเก้าอี้ตอบแทนแต่ละซุ้มบ้านใหญ่ให้เป็นที่พอใจ ก็ไม่ง่าย ต่างจากสมัยที่ภูมิใจไทย มี 71 เสียงในสมัยที่แล้ว
ดังนั้น ครูใหญ่ “เนวิน” จึงเรียกประชุม สส.ค่ายน้ำเงินทั้งหมด ในวันที่ 8-9 มี.ค.2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยการนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค
มีรายงานข่าวว่า สส.อีสานสายซุ้มบ้านใหญ่ระดับจังหวัด เริ่มจับกลุ่มถกกันประเด็น “ก๊กลูกเทพ” ที่ไม่มี สส.ในมือ อาศัยใกล้ชิด “เสี่ยนก” ไชยชนก ชิดชอบ ชิงขอตีตั๋วรัฐมนตรี
ส่วน “ผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพเมืองหลวง ไม่มี สส.กทม. แต่ได้เป็นรัฐมนตรีมา 3 รัฐบาลแล้ว ซึ่งได้ข่าวว่า ซุ้มบ้านใหญ่อีสานที่ได้ สส.ยกจังหวัด คนจะไม่ยอมเปิดทางให้อีกแล้ว
ภูมิใจไทยกำเนิดมาจากการรวมตัวของ “บ้านใหญ่” นักการเมืองรุ่นเก่า ที่ต้องการเป็น “ฝ่ายรัฐบาล” และ “บ้านใหญ่ภูธร” (ระดับจังหวัด) ไม่สนใจเรื่องการสร้างแบรนด์
2 ปีมานี้ ครูใหญ่เนวิน ดันเลือดใหม่หรือทายาทบ้านใหญ่ ขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารพรรค ทำให้เกิดช่องว่างทางความคิด ระหว่างกลุ่มผู้นำเจนใหม่ กับกลุ่ม สส.บ้านใหญ่ภูธร
ลำพัง “เสี่ยนก” ลูกชายครูใหญ่ในฐานะเลขาธิการพรรค ไม่มีใครติดใจ แต่คนรอบตัวของเสี่ยนกต่างหาก ที่กำลังถูกจับจ้องจาก “ขาใหญ่”
วลี “ก๊กลูกเทพ” จึงหลุดออกจากปากของ สส.อาวุโสบ่อยครั้ง พร้อมแสดงท่าทีไม่พอใจพฤติกรรมของ “เจนใหม่ มีของ” ทั้งหลาย
เป็นที่รู้กัน “ก๊กลูกเทพ” หรือกลุ่มเจนใหม่ที่ใกล้ชิดกับนก-ไชยชนก ก็จะมี ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี
ในรัฐบาลอนุทิน 1 “ภราดร” ได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็มี สส.อาวุโสหลายคนน้อยอกน้อยใจ แต่ไม่กล้าปริปากพูด
ล่าสุด ระหว่างการฟอร์มรัฐบาลอนุทิน 2 ก็มีชื่อ “ภราดร” และ “แนน สมชัย” ติดโผรัฐมนตรีด้วย จึงน่าจับตาวงประชุมใหญ่ สส.ที่บุรีรัมย์จะมีบ้านใหญ่ซุ้มไหนเคลื่อนไหวต้านก๊กลูกเทพบ้าง
เฉพาะ สส.น้ำเงินอุบลฯ 4 คน ก็มี “แนน” บุณย์ธิดา สมชัย และ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เท่านั้นที่สนิทสนมกัน ส่วนอีก 2 คนอย่าง สุทธิชัย จรูญเนตร และ ตวงทิพย์ จินตะเวช ใกล้ชิด “เจ๊รวย” มากกว่า
บ้านใหญ่ของแท้อย่าง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพปักษ์ใต้ ชาดา ไทยเศรษฐ์ แม่ทัพภาคกลาง-ภาคตะวันตก สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.อยุธยา และ นภินทร ศรีสรรพางค์ บ้านใหญ่ราชบุรี ย่อมได้รับโควตารัฐมนตรีเกรด A
เช่นเดียวกับสายตรงบุรีรัมย์ ไชยชนก ชิดชอบ และ ทรงศักดิ์ ทองศรี การันตี้เก้าอี้รัฐมนตรีแน่นอน
ส่วนน้ำเงินพลัดถิ่น วราวุธ ศิลปอาชา กลุ่มชาติไทยพัฒนา กลุ่ม สุชาติ ชมกลิ่น กลุ่ม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และกลุ่ม สันติ พร้อมพัฒน์ ก็คงได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ
ส่วนบ้านใหญ่ระดับจังหวัด อย่างซุ้มเมืองช้าง ปกรณ์ มุ่งเจริญพร อดีต สส.สุรินทร์ ที่นำทีมชนะยกจังหวัด มี สส. 8 คน ก็แอบลุ้นรัฐมนตรีเหมือนกัน
ซุ้มบ้านใหญ่ศรีสะเกษ “กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล ลูกสาว วิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ นำทีมกวาด สส.ศรีสะเกษ ได้ 7 คนจากทั้งหมด 9 คน คงได้ขึ้นชั้นรัฐมนตรีว่าการ
ซุ้มบ้านใหญ่เทพสถิต “มิสเตอร์เกษตร” สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พาลูกสาวเข้าสภาฯ ได้ตามเป้า รวมมี สส.ชัยภูมิทั้งหมด 3 คน คงขอลุ้นเก้าอี้ รมช.
รวมถึงซุ้มบ้านใหญ่อำนาจเจริญ “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล ชนะยกจังหวัด (2 ที่นั่ง) เป็นสมัยที่สอง แถมเที่ยวนี้พ่วงยโสธรยกจังหวัด (3 ที่นั่ง) ย่อมฝันถึงเก้าอี้ รมช.เหมือนกัน
นี่คือตัวอย่างของซุ้มบ้านใหญ่ที่รอคิวขึ้นเป็น “รัฐมนตรี” เพราะโอกาสที่ภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำรัฐบาลที่มี 192 เสียง ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
