กลเกม “สุดารัตน์” พรางน้ำเงิน “ตี๋เล็ก” โชว์แดงจ๋า บ้านใหญ่อุบลเล่นลับลวง
16 ม.ค. 2569
คู่เอกเมืองอุบล “สุดารัตน์” พรางชื่อ ภท. “ตี๋เล็ก” โชว์เสื้อ พท. จับตาซ้ำรอยปี 66 โหวตเตอร์ซื้อคน ไม่ซื้อพรรค
Exclusive
16 ม.ค. 2569
คู่เอกเมืองอุบล “สุดารัตน์” พรางชื่อ ภท. “ตี๋เล็ก” โชว์เสื้อ พท. จับตาซ้ำรอยปี 66 โหวตเตอร์ซื้อคน ไม่ซื้อพรรค
คู่เอกเมืองอุบลฯ สุดารัตน์ ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ย เล่นเกมอำพรางชื่อ ภท. ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์ โชว์เสื้อ พท.จุดกระแส จับตากองหนุนลับแดง-น้ำเงิน
ตัวเปลี่ยนเกมเขต 7 อุบลฯ จับตา 2 พี่น้อง เกรียง-กานต์ เลือกเพื่อนกุ่ยหรือพรรคแดง วัดใจมาดามกบ แป้งมันอุบลฯหนุนตี๋เล็กหรือไม่
สื่อทีวีหลายช่องนำเสนอสกู๊ปพิเศษคู่เอกเมืองอุบลฯ ที่สังเวียนเขต 7 ระหว่าง “กานต์” สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย และ “ตี๋เล็ก” เชิดศักดิ์ โกคกุลกานนท์ เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย
ในทางตรงกันข้าม ภายในเขต 7 อ.ศรีเมืองใหม่ อ.โขงเจียม อ.สิรินธร และ อ.พิบูลมังสาหาร(บางตำบล) กลับเงียบเชียบผิดปกติ
มีเพียงรถแห่หาเสียงของเบอร์ 5 ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์ ที่วิ่งไปมา เหมือนเร่งจะบอกกับชาวบ้านว่า ตัวเขาได้ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเบอร์ 1 กานต์ สุดารัตน์ แชมป์เก่าแทบจะไม่เห็นรถแห่หาเสียง คล้ายเล่นเกมลับลวงพราง แถมหัวคะแนนของตระกูลพิทักษ์พรพัลลภ ก็จะย้ำกับชาวบ้านว่า “เลือกคน บ่ต้องสนใจพรรคเด้อ”
อีกด้านหนึ่ง “หัวคะแนน” ในเขต 7 ที่รู้ลึกรู้ดีสะท้อนว่า ตัวละครลับที่อยู่เบื้องหลังบ้านใหญ่ “พิทักษ์พรพัลลภ” และ “โภคกุลกานนท์” จะเป็นผู้กำหนดผลการเลือกตั้งหนนี้
ตัวละครลับทั้ง 2 ขั้ว มีศักยภาพที่จะพลิกเกมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ด้วยกลยุทธ์ “สงครามกองโจร” ซึ่งเป็นศัพท์แสงทางการเมือง
นักวิชาการที่เกาะติดพื้นที่จะเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก จึงมองว่า การเลือกตั้ง สส.เขต 7 จะมีตัวแปรเรื่อง “กระแสตัวบุคคล” มากกว่ากระแสพรรค
การเมืองบ้านใหญ่ในเมืองอุบลฯ จะมีความซับซ้อนมากกว่าจังหวัดในอีสานใต้ และพวกเขาเป็นนักการเมืองพันธุ์เก่าที่ยึดหลัก “พวก” เหนือพรรค
ตัวอย่างการเลือกตั้งนายก อบจ.อุบลราชธานี ปี 2567 กานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชายเกรียง ต้องสู้กับ “มาดามกบ” จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ค่ายแป้งมันอุบลฯ
ตอนนั้น ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ยังอยู่ค่ายเพื่อไทย จึงช่วยกานต์เต็มที่ และ อิสสระ สมชัย บิดา “สส.แนน” ค่ายน้ำเงินก็ช่วยเสี่ยกานต์อย่างเปิดเผย
ตรงข้ามกับ “ตี๋เล็ก” เชิดศักดิ์ ที่เวลานั้นยังสังกัดค่ายน้ำเงิน พร้อมกับนักการเมืองในสายบ้านใหญ่ “โภคกุลกานนท์” กลับช่วย “มาดามกบ” เพราะพวกเขามีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานานแล้ว
ลึกๆแล้ว หลังมีข่าวว่า “ครูใหญ่เนวิน” ไม่เอาตี๋เล็ก “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แม่ทัพแดงอีสานใต้ จึงติดต่อผ่าน “มาดามกบ” ดึงตี๋เล็กย้ายไปเพื่อไทย
แสดงว่า “ตี๋เล็ก” ไม่ได้สังกัดซุ้มบ้านใหญ่ “กัลป์ตินันท์” ส่วน 2 พี่น้อง “เกรียง-กานต์” ก็ยังเป็นเพื่อนรักกับ “ชูวิทย์ กุ่ย” ที่ตัดขาดกันไม่ได้
กูรูการเมืองอุบลฯให้จับตาพันธมิตร “เกรียง กานต์ กุ่ย” พ่วง “อิสสระ สมชัย” จะเป็นตัวพลิกเกมเขต 7
ก่อนสิ้นปี 2568 ประเทือง ม่วงอ่อน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ทำวิจัยเรื่องการเลือกตั้งในอุบลฯ ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวประชาไท เกี่ยวกับการเติบโตของพรรคน้ำเงิน
ในอดีต ภูมิใจไทยไม่ประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้งอุบลฯ เพราะสู้กระแสเพื่อไทยไม่ได้ ซึ่งปี 2566 ค่ายน้ำเงินได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ตัวบุคคลที่โดดเด่นมาเป็นจุดขาย
สมัยที่แล้ว ค่ายน้ำเงินจึงได้ สส.อุบลฯ 3 คนคือ เขต 5 สุทธิชัย จรูญเนตร ,เขต 8 แนน บุณย์ธิดา สมชัย และเขต 11 ตวงทิพย์ จินตะเวช
อาจารย์ประเทือง มองว่า พรรคสีน้ำเงินเลือกใช้ยุทธศาสตร์ช่วงชิงตัวผู้สมัครจากพรรคอื่นที่ทำพื้นที่มานาน และมีแนวโน้มว่าจะชนะ จึงได้ สส. 3 ที่นั่ง เพราะ “ประชาชนไม่ซื้อพรรคภูมิใจไทย แต่ซื้อตัวบุคคล”
ล่าสุด เฉพาะเขต 7 จ.อุบลฯ จากการทำโพลของนักศึกษา ม.อุบลฯ ช่วงเดือน ธ.ค.2569 พบว่า คะแนนนิยมเพื่อไทยลดลง ขณะที่ภูมิใจไทยกลับสูงขึ้นกว่าสมัยที่แล้ว
