โลกอันแห้งแล้งใน Mad Max กับภาวะขาดแคลนน้ำในโลกจริง
24 พ.ค. 2567 | The Principia

ภาพยนตร์ Mad Max อาจแง้มให้เห็นอนาคตของโลกที่เราอาศัยอยู่ มันคือโลกที่ผืนแผ่นดินแห้งแล้ง หลายพื้นที่ปกคลุมด้วยทะเลทราย และน้ำคือทรัพยากรอันล้ำค่าที่หายากยิ่ง
lifestyle1
24 พ.ค. 2567 | The Principia

ภาพยนตร์ Mad Max อาจแง้มให้เห็นอนาคตของโลกที่เราอาศัยอยู่ มันคือโลกที่ผืนแผ่นดินแห้งแล้ง หลายพื้นที่ปกคลุมด้วยทะเลทราย และน้ำคือทรัพยากรอันล้ำค่าที่หายากยิ่ง
“As the world fell, each of us in our own way was broken. It was hard to know who was more crazy… me… or everyone else”
[เมื่อโลกล่มสลาย พวกเราต่างคนต่างอยู่กันอย่างเสียสติ มันยากที่จะรู้ว่าใครบ้ากว่าใคร ผม…หรือว่าคนอื่นๆ]
นี่คือประโยคเกริ่นนำโดย แม็กซ์ ร็อกคาทานสกี (Max Rockatansky) ตัวเอกจากภาพยนตร์เรื่อง Mad Max: Fury Road (2015) เมื่อปี 2015 ที่แสดงโดย ทอม ฮาร์ดี (Tom Hardy) ซึ่งเป็นประโยคที่พรรณนาให้เห็นถึงภาพความโหดร้ายในโลกที่ล่มสลายในแดนร้างกลางทะเลทรายที่เป็นฉากหลังในภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี และในเวลานี้ Furiosa: A Mad Max Saga (2024) ภาคใหม่ในแฟรนไชส์เดียวกัน ก็ได้กลับมาเล่าเรื่องเบื้องหลังของดินแดนแห่งนี้
Mad Max คือภาพยนตร์ที่พาเราดำดิ่งเข้าสู่โลกหลังหายนะ (post-apocalyptic) ที่เต็มไปด้วยความขาดแคลน ความแห้งแล้ง และบรรยากาศอันร้อนระอุได้อย่างน่าสนใจ ในโลกที่ทุกอย่างโกลาหลเกินความควบคุม น้ำคือสิ่งที่หายากและมีค่าดั่งทองคำ ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ช่วยต่อลมหายใจให้มนุษยชาติอยู่รอดท่ามกลางโลกอัดแสนโหดร้ายนี้ต่อไปได้
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า น้ำคือทรัพยากรธรรมชาติที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 60% ของน้ำหนักตัว ซึ่งน้ำทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย ทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกาย เช่น กระบวนการไหลเวียนเลือด กระบวนการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ทำงานได้อย่างเป็นปกติ หากร่างกายขาดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2-3 วัน นอกจากนี้ น้ำยังเป็นสิ่งจำเป็นในการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์เพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารหล่อเลี้ยงทุกคนบนโลกได้ หากวันหนึ่งโลกของเราขาดแคลนน้ำ ย่อมนำไปสู่หายนะของมวลมนุษยชาติ และทุกชีวิตบนโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เหมือนอย่างที่เห็นได้ในภาพยนตร์เรื่องนี้
“Do not, my friends, become addicted to water. It will take hold of you, and you will resent its absence.”
[สหายทั้งหลาย…อย่าไปเสพย์ติดในน้ำเหล่านี้ มันจะทำให้เป็นนายเจ้า และเจ้าจะอยู่ไม่ได้หากว่าขาดมัน]
ประโยคข้างบนนี้กล่าวโดย อิมมอร์ทัน โจ (Immortan Joe) ตัวร้ายของเรื่อง ผู้ครอบครองทรัพยากรน้ำในขณะที่กำลังแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนในการปกครองของเขา ท่ามกลางประชาชนที่กำลังต่อสู้เพื่อแก่งแย่งชิงน้ำอยู่นั้นสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์อันน่ากลัวหากโลกของเราต้องประสบกับวิกฤติการณ์ขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง
คำถามคือ วิกฤติการณ์การขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงที่เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้ จะสามารถเกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงได้หรือไม่?
ภาพเหตุการณ์ความน่ากลัวที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Mad Max แท้จริงแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นจริงไปเสียทีเดียว ถึงแม้ว่าโลกของเราจะประกอบไปด้วยน้ำถึง 70% แต่น้ำที่สามารถนำมาใช้ดื่มและทำการเกษตรได้มีเพียงแค่ 3% เท่านั้น ในขณะที่น้ำจืด 2 ใน 3 ของโลกอยู่ในรูปของธารน้ำแข็งที่ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ ทำให้การเข้าถึงน้ำที่มีคุณภาพเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคจึงมีอยู่อย่างค่อนข้างจำกัด
หากเราพิจารณาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสถิติที่ผ่านมาพบว่า ในปัจจุบันมีประชากรถึง 703 ล้านคน ที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่มีคุณภาพได้ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรทั้งหมดในโลกหรือประมาณ 7 พันล้านคนเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นมีประชากรถึง 2.3 พันล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มี ‘ความเครียดน้ำ’ (water stress) ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ใช้งานน้ำจืดจากแหล่งน้ำจืดหมุนเวียนเป็นปริมาณ 25% ขึ้นไป เทียบกับทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ ภาวะการขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อความต้องการน้ำมากกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่นั่นเอง นอกจากนั้น ยังมีประชากรถึง 4 พันล้านคน ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของประชากรโลก กำลังประสบปัญหาการขาดน้ำอย่างรุนแรงอย่างน้อย 1 เดือนต่อปี
จากรายงานที่ผ่านมา ได้มีการคาดการจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ว่าภายในปี 2025 ประชากรถึง 1800 ล้านคนจะอาศัยอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคที่ประสบปัญหาการขาดน้ำอย่างรุนแรง (absolute water scarcity) ด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดน้ำสูงภายในปี 2030 นอกจากนี้ ความแห้งแล้งในบางพื้นที่อาจรุนแรงจนทำให้มีประชากรอพยพมากกว่า 700 ล้านคน
ปัญหาการขาดแคลนน้ำเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น จำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา การจัดการทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสะสมของมลพิษ รวมทั้งการเข้าไม่ถึงทรัพยากรเนื่องจากความยากจนและความไม่เท่าเทียม โดยธนาคารโลก (World Bank) ได้มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 การขาดแคลนน้ำจะนำไปสู่การลดลงของ GDP ในบางประเทศถึง 6% เลยทีเดียว
จะเห็นได้ว่าวิกฤติการณ์การขาดแคลนน้ำ เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่มนุษยชาติต้องเผชิญ หากเรายังปล่อยละเลยต่อไป สถานการณ์โลกของเราในอนาคตก็ไม่น่าจะต่างจากที่เห็นในภาพยนตร์มากนัก
ดังนั้นการหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านน้ำ (water security) หรือความสามารถในการหาน้ำ ในปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอต่อความต้องการของเศรษฐกิจมาจนถึงสุขภาพของมนุษย์ จึงเป็นที่เรื่องจำเป็นและเร่งด่วนสำหรับมนุษยชาติในปัจจุบัน
จากข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้แก่ การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในการเกษตร การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำ การติดตามคุณภาพของน้ำ การบูรณาการจัดการน้ำเข้ากับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้แหล่งน้ำทางเลือก อย่างการเก็บน้ำฝนหรือการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล โดยวิธีการทั้งหมดนี้ จะสามารถบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นบนโลกของเราน้ำไปสู่ความมั่นคงทางน้ำได้ในที่สุด
การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างชาญฉลาด นับเป็นสิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ และป้องกันไม่ให้โลกของเราตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกับโลกอันแห้งแล้งอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ Mad Max ในอนาคต ด้วยการมีส่วนร่วมและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถสร้างหนทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีความมั่นคงด้านน้ำได้ ก่อนที่จะสายเกินไป
สำหรับภาพยนตร์ Furiosa: The Mad Max Saga จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ในภาค Fury Road หรือ 45 ปีหลังจากโลกล่มสลาย โดยจะเล่าเรื่องราวภูมิหลังของ ฟูริโอซา (Furiosa) ตัวละครหญิงสุดแกร่ง ที่เคยฝ่ามรสุมขบวนรถทะเลทรายมหาโหดร่วมกับแมกซ์ในภาค Fury Road ซึ่งในภาคนี้ เราจะได้ทำความรู้จักฟูริโอซามากขึ้น ในฐานะสาวน้อยที่ถูกลักพาตัวจาก Green Place of Many Mothers โดย Biker Horde ผู้ยิ่งใหญ่ ฟูริโอซาจะสามารถเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายต่างๆ และหาทางกลับบ้านเกิดของตัวเองได้หรือไม่ คงต้องไปติดตามกันในภาพยนตร์ ส่วนโลกของเราจะรอดจากการขาดแคลนน้ำหรือไม่นั้น ยังเป็นเรื่องที่เราต้องร่วมมือกันต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง
บทความโดย วัชรินทร์ อันเวช (The Principia)