ชายวัย 53 ปี เล่าประสบการณ์ในการเดินทางหลังพบตนติดเชื้อ ในระยะห่างกับผู้สื่อข่าว ขณะที่ชายวัย 53 ปี แยกไปกักตัวที่คอกวัวหลังสวนยางพารา ว่า พอตนทราบผลว่าผลเป็นบวก ติดเชื้อโรคโควิด-19 ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับมารักษาตัวที่บ้าน เพราะที่กรุงเทพ เตียงเต็มหมด โดยได้ใช้รถยนต์ของตนเองจะขับกลับมาบ้านคนเดียว แต่ภรรยากับลูก 2 คน ขอกลับมาด้วย ขณะรอผลออก โดยตนเป็นคนขับรถ จะนั่งด้านหน้าเพียงลำพังคนเดียว ภรรยาและลูก ให้นั่งกระบะท้ายมาตลอดทาง แวะเต็มน้ำมัน ตนก็ไม่เปิดกระจก ให้ภรรยาจัดการ รวมทั้งให้ภรรยาซื้อขนมปังให้ลูกกินมาตลอดทาง เพราะไม่จอดกินข้าวที่ไหนเลย มุ่งกลับบ้านโดยเร็ว แต่ก็มาเจอด่านตรวจ ตนลดกระจกลงเล็กน้อย และบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนติดเชื้อ กำลังเดินทางกลับบ้าน ตำรวจรีบปล่อยให้ผ่านด่านมาทันที พร้อมแนะนำว่า อย่าจอดที่ไหน โดยเฉพาะที่มีผู้คนเยอะๆ พอมาถึงบ้านก็ขับมาส่งให้ภรรยาและลูกลงที่บ้าน เข้าบ้านทันที ส่วนตนขับรถต่อไปที่สวนยางพารา ที่คอกวัวที่ผู้ใหญ่บ้าน ไปปรับปรุงให้เป็นที่กักตัว ทำห้องน้ำให้ใหม่ มุงหลังคาคอกวัวให้ใหม่ ขอบคุณมากที่ไม่ทิ้งคนบ้านเดียวกัน ให้ตายที่กรุงเทพ
ด้าน นายวิจารณ์ ธรรมวัตร ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของชาวบ้านในชุมชนก็มีความต้องการที่จะฉีดวัคซีน แต่วัคซีนมาแต่ละครั้ง เบื้องต้นก็ฉีดได้เพียงหมู่บ้านละ 3 คน โดยครั้งล่าสุดฉีดวัคซีนได้ 300 คน แต่เน้นไปที่บุคลากรทางการศึกษา คณะสงฆ์ และกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน โดยฉีดซิโนแวค ชาวบ้านก็มาตลอดว่า เมื่อไหร่ชาวบ้านจะได้ฉีด ซึ่งตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็แจ้งไปว่า ก็คงต้องรอทางส่วนกลางแจ้งมาก่อน ก็รอก่อน