Search

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

จากกรณีพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นบัญชีรายชื่อเสนอรายชื่อผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ต่อกกต.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมานั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยรักษาชาติ" ไม่ใช่พรรคใหม่เคยเปลี่ยนชื่อแล้ว 2ครั้งก่อน ถูก กกต.ชงยุบพรรควันนี้

เปิดเส้นทาง "ไทยรักษาชาติ" จาก "บิ๊กเซอร์ไพรส์" สู่ "กกต.ส่งศาลรธน.ชงยุบพรรค"

โดยต่อมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง

กรณีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำของ ทษช.ขัดต่อระเบียบกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯของ ทษช.ถือเป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม และเมื่อมีพระราชโองการเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงถือว่ามีความชัดเจนว่า ทษช.กระทำการโดยไม่เหมาะสมและไม่บังควร ขัดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ดึงสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งเป็นข้อห้ามตามระเบียบหาเสียงเลือกตั้ง จึงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ( 2 ) ชัดเจน ทางสมาคมฯเห็นควรให้ กกต.ต้องดำเนินการให้ได้ข้อยุติและเป็นบรรทัดฐาน อีกทั้งต้องดำเนินการให้ได้ข้อยุติอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเร็ว ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า เลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ต้องเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอให้คณะกรรมการกกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อยุบพรรคทษช. ต่อไป หาก กกต.ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์นี้แล้วส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที การวินิจฉัยก็จะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทันก่อนการเลือกตั้งแน่นอน แต่หากกกต.ดำเนินการชักช้าหรือปล่อยให้เป็นไปตามปกติ ทษช.ยังมีสิทธิหาเสียงและเข้าสู่การเลือกตั้ง ความวุ่นวายทางการเมืองจะหวนกลับมา

หากผลคำวินิจฉัยของศาลออกมาหลังการเลือกตั้งส.ส.จะต้องวิ่งไปหาพรรคสังกัดใหม่ให้ได้ภายใน 30 วัน ในช่วงดังกล่าวอาจยังโหวตเลือกนายกฯไม่ได้ ก็จะทำให้ คสช.ก็จะมีอำนาจบริหารประเทศต่อไปอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าคนมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องให้กกต.วินิจฉัยยุบพรรค ทษช. เพราะตนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และถือเป็นผู้เสียหายหากต้องเลือกพรรค ทษช. โดยบทกำหนดโทษสำหรับ ทษช.มีเพียงการยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมืองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 10 ปี แต่ไม่มีโทษทางอาญา

"แม้ทษช.จะประกาศว่าไม่ได้ดึงสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อมีพระราชโองการแล้ว หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคควรแสดงความรับผิดชอบมากกว่าการออกแถลงการณ์น้อมรับพระราชโองการ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง หลายคนอาจไม่พอใจเพราะเป็นการดึงสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ดังนั้นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารของพรรค ทษช. ควรแสดงสปิริตด้วยการลาออก หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ชื่อเสียงของ ทษช.จะถูกตำหนิติเตียนต่อไป แต่ถ้ายอมแสดงสปิริตก็จะช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีของ ทษช.ให้กลับคืนมาได้"นายศรีสุวรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า กรณีสถาบันฯนั้นไม่เคยถูกนำมาใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา ไม่มีพรรคการเมืองใดกล้าดึงสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ในหมวดพระมหากษัตริย์ ที่สำคัญตามประเพณีของไทยก็ยึดถือให้สถาบันฯเป็นที่เคารพเทิดทูน แต่ยุคนี้กล้าหาญชาญชัย โดยเห็นว่าพระราชโองการได้อรรถาธิบายไว้ได้ชัดเจนแล้ว เมื่อถามถึงการขยายผลเอาผิดไปยังบุคคลภายนอกพรรค ทษช. นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สำหรับมือที่มองไม่เห็นเราสามารถวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงได้ แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถยึดโยงเพื่อเอาผิดได้

ล่าสุด กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ หลังพิจารณาคำร้องที่ขอให้ตรวจสอบว่าการเสนอชื่อแคนดิเนตนายกของพรรคดังกล่าวเข้าข่าย ผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา92 (2)กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่โดยที่ประชุมกกต.เห็นว่า

ตามพระราชโองการ ประกาศสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 และหนังสือการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคหรือแบบส.ส.4/29รวมถึงหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี หรือแบบส.ส.4/30ซึ่งพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นต่อกกต.ถือเป็นพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคไทยรักษาชาติ กระทำการดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสั่งยุบพรรค และขณะนี้ได้ให้ สำนักงานฯยกร่างคำร้อง เพื่อที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันเดียวกันนี้

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ กกต. มีแนวทาง ว่าจะให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวน ขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ และรวบรวม พยานหลักฐานก่อน แต่ การประชุมพิจารณาในวันนี้ เห็นว่า ตามมาตรา 92 ( 2)พ.ร.ป.พรรคการเมือง ใช้คำว่า "เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองใดกระทำการ ดังกล่าวให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น " ซึ่งหลักฐาน ที่ปรากฏต่อกกต.ในขณะนี้ถือว่าเพียงพอวินิจฉัย ประกอบกับเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญที่ควรจะมีความชัดเจนโดยเร็ว จึงได้มีมติ

192.168.52.211