Search

วันศุกร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

วันสองวันนี้รัฐมนตรียุติธรรม สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ กล่าวในเวทีจัดแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ หลังพบมีจำนวนมากเป็นอันดับ 6 ของโลก และวีระพล ตั้งสุวรณ อดีต ปธ.ศาลฎีกา บอกว่า การจับนักโทษคดียาเสพติดยัดคุก ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหายาเสพติด แต่ไปก่อปัญหาคนล้นคุก

ในเวทีบอกสภาพปัญหาคนล้นคุก แต่ไม่บอกวิธีการลดปัญหา 
ห้วงเวลาเดียวกัน ผมได้นั่งฟังแนวคิดจาก กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม วันชัย รุจนวงศ์ ท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นอัยการอาวุโส 
"การปราบยาบ้าให้ได้ผล ต้องทำลายกลไกราคาและกำไรของยาบ้า" ฟังตอนแรกอาจจะคิดเร็วๆ ไปได่ว่า ให้รัฐบาลผลิตยาบ้าออกมาขายแข่งกับผู้ผลิตรายใหญ่ ความจริง "ไม่ใช้"
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา การทำลายเครือข่ายยาบ้า ทำไม่ได้ด้วยการปราบปราม เราปราบมากว่า 30 ปีแล้ว ยิ่งปราบยิ่งมาก ยิ่งแพร่หลาย ยิ่งปราบมากโทษสูงมากขึ้น ยาบ้ายิ่งราคาแพงขึ้น กำไรสูงมากขึ้น จูงใจให้มี "คนขายหน้าใหม่" มากขึ้น
โดยที่คนขาย มีบทลงโทษจำคุกมากขึ้น ยาวขึ้น กลายเป็นเครือข่ายยาบ้าในคุกเท่ากับว่า การจำคุก ทำลายอนาคตของคนๆ หนึ่ง ไปแสวงหาอาชีพสุจริตไม่ได้ และเกือบ 100% กลับไปขายยาบ้าเป็นเครือข่ายใหญ่ขึ้น เป็นพ่อค้ายารายใหญ่ขึ้นๆ
จากผู้ค้ายาแพร่เป็นเอเยนต์หาลูกค้ารายใหม่ หาคนเดินยารายใหม่ บ้านเรามีคนยากจนพร้อมจะขายยา เดินยา ขนยา เพราะหาเงินง่าย ได้เงินเยอะ พร้อมเสี่ยง ไม่ถูกจับก็รวย ถูกจับก็กลับไปติดคุก ดีกว่าขายบะหมี่
30 ปีเราจึงพบว่ายิ่งปราบยาบ้ารุนแรง ยิ่งเอาคนไปเข้าคุกมากขึ้น ยิ่งทำลายทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น ปัญหาวนเวียน เป็นงูกินหาง ไม่มีที่สิ้นสุด ที่สำคัญปัญหานี้โตขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งปราบรุนแรง ยิ่งโตขึ้น
ส่วนคนเสพยาบ้ามากๆ แล้วเพี้ยน เพราะยาบ้าไม่บริสุทธิ์ เราไม่รู้ว่ายาบ้าที่ต้นทางการผลิตใส่สารพิษอะไรมาบ้าง ส่วนวิธีทำลายยาบ้า เราต้องคิดใหม่ คิดให้ต่างจาก 30 ปีที่แล้ว คือ ไม่ปราบ แต่ต้องออกกฎหมายให้การเสพยาบ้า ไม่ผิดกฎหมาย โดยคงความผิดฐานผลิต นำเข้า ส่งออก สำหรับผู้ค้ารายใหญ่ลงโทษให้หนัก
ส่วนผู้เสพยาบ้า ต้องมาลงทะเบียนเป็นผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์สั่งให้ซื้อยาบ้าได้เท่าที่ใช้เอง ในราคาทุน ไม่ถือว่า ผิดกฎหมาย เพราะซื้อภายใต้การสั่งของแพทย์ ขณะที่ อย.ต้องว่าจ้างบริษัทผลิตยาบ้าบริสุทธิ์ ออกมาขายในราคาทุน ไม่เกินเม็ดละ 3-5 บาท เมื่อยาบ้าราคาถูก แล้วจะไปซื้อยาบ้าที่ขายแพงเม็ดละ200บาททำไม
กลไกราคา และกำไรจากการขายยาบ้าจะถูกทำลายไป ด้วยวิธีนี้ ซึ่งวิธีการอย่างนี้ มีสองตัวอย่างที่ใช้ได้ผลมาแล้ว
ตัวอย่างที่ 1. เมื่อก่อน ไทยเก็บภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เก็บภาษี 20-30% หรือมากกว่า คนไทยจะไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากฮ่องกง และมีขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าเครื่องไฟฟ้าเป็นกระบวนการ มาขายในตลาดมืด และหาดใหญ่ ก็เป็นอีกแหล่งของสินค้าหนีภาษี รัฐพยายามแก้เท่าไหร่ก็แก้ไม่ได้ กลับยิ่งมีมากขึ้น สร้างมาเฟีย สร้างขบวนการคอร์รัปชั่นอีกด้วย สุดท้าย รัฐบาลลดภาษีเครื่องไฟฟ้าเหลือ 5% ราคาเท่ากับต่างประเทศ ถูกกว่าของหนีภาษี คนที่ลักลอบนำเข้ามา ไม่มีคนซื้อ ก็หายไปเอง แก้ปัญหาได้จบเลย
ตัวอย่างที่ 2. น้ำมันเถื่อน ประเทศไทยเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมทั้งเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ราคาน้ำมันแพงกว่าราคาจริง หลายบาท จึงมีเรือเอาน้ำมันจากต่างประเทศมาลอยเรือขายนอกเขตประเทศไทย ถูกกว่าราคาหน้าปั๊มลิตรละสามบาท เรือประมงก็ไปเติมนอกเขตแล้วไปจับปลา หนักเข้าก็ดัดแปลงเรือไปขนน้ำมันมาขายในประเทศ ตอนหลังระบาดขึ้นฝั่งไปทั่วประเทศไทย จับเท่าไหร่ แก้เท่าไหร่ ก็แก้ไม่ได้ด้วยการปราบปราม ในที่สุด รัฐบาลออกน้ำมันเขียว ขายให้เรือประมงในราคาถูกเท่ากับราคาน้ำมันเถื่อน แค่นี้ ก็ทำลายกลไกราคา ไม่มีใครไปซื้อน้ำมันเถื่อนอีกเลย คนขายก็ไม่เอามาขายเพราะไม่คุ้ม และไม่มีใครซื้อ
สองตัวอย่างนี้ ทำให้เห็นได้ว่า อะไรก็ตามที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีกลไกราคา และกำไรสูงๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง การแก้ด้วยการปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ผล วิธีที่ได้ผล ต้องแก้ด้วยการทำลายกลไกราคา และทำลายกำไร เป็นหลัก เสริมด้วยกลไกทางกฎหมาย
วิธีแก้ ต้องไม่เอาผิดกับผู้เสพ และผู้ค้ารายเล็กๆ แต่ลงโทษผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ส่งออกให้หนักที่สุด
ประเด็นที่นักสิทธิมนุษยชนเป็นห่วงอาจจะเกิดคนเสพหน้าใหม่เพิ่มขึ้น หรืออาจผิดกติกาสากล เรื่องนี้ท่านวันชัย บอกว่า เคยคุยกับเจ้าหน้าที่สหประชาชาติว่า ถ้าไทยผลิตขายเอง ผิดกฎหมายระหว่างประเทศเรื่องยาเสพติดหรือไม่ เขาตอบว่าไม่ ถ้ายังเอาผิดกับผู้นำเข้า ส่งออกเพราะกฎหมายระหว่างประเทศจะใช้ในกรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับต่างประเทศเท่านั้น ส่วนในประเทศ แต่ละประเทศจะจัดการแก้ปัญอย่างไร สหประชาชาติไม่เกี่ยวข้อง ไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และโปรตุเกส ได้ทำมาแล้วอย่างได้ผล
ถ้าจะแก้เรื่องยาเสพติดให้ได้ผล ต้องทำลายกลไกราคาและกำไรของกระบวนการขายยาบ้าอย่างเป็นกระบวนการ ยาบ้าระบาดด้วยเหตุผลและหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ก็ต้องแก้ปัญหาด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์เป็นหลัก 
เราแก้ด้วยหลักการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมากว่าสามสิบปีแล้ว อาการยิ่งหนักขึ้น แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างเอาหัวชนฝาไปเรื่อยๆ อย่างนี้หรือ 
คุกก็แน่นไปหมด ยาบ้าระบาดไปทั่ว คนติดมากขึ้น รัฐเสียงบประมาณมากมายมหาศาลมนการปราบยาบ้า ทำไมเราไม่เปลี่ยนวิธีการใหม่ในการแก้ปัญหาบ้างรับรองว่าได้ผลแน่นอน และจะไม่เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แน่นอน

สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี 25 ปีในสนามข่าว เปลี่ยนผ่านจากสิ่งพิมพ์ สู่ผู้ดำเนินรายการเนชั่นเอ็กซ์ไฟล์ ผู้ดำเนินรายการเสิร์ฟข่าวเสาร์อาทิตย์ ช่องเนชั่น 22 เชี่ยวชาญข่าวสืบสวนสอบสวน

บทความล่าสุด

192.168.52.212