Search

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ไม่ว่าคุณกำลังวางแผนจะซื้อบ้านจัดสรรสักหลังหรือเดิมมีบ้านอยู่แล้ว การศึกษาข้อกฏหมายเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิ และกฎหมายควบคุมอาคารต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและควรศึกษา



เนื่องจากโครงการบ้านจัดสรรบางแห่งนั้นมีรูปแบบให้บ้านที่อยู่ในหมู่บ้านใช้รั้วร่วมกัน ซึ่งการสร้างในลักษณะนี้นั้นส่วนใหญ่มักจะก่อให้เกิดปัญหารำคาญใจตามมา ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ของเพื่อนบ้านแหย่เข้ามาในอาณาบริเวณบ้านเรา หรือการก่อสร้างต่อเติมที่อาจส่งผลกระทบให้ตัวบ้านเสียหาย รุกล้ำพื้นที่ และอื่นๆ



หากเจรจาแล้วด้วยไปได้ด้วยดีก็ย่อมได้แต่ถ้าหากไม่ได้ผล คงถึงเวลาที่คุณจะงัดข้อกฏหมายขึ้นมาสู้เพื่อรักษาสิทธิ อย่าปล่อยให้เพื่อนบ้านนิสัยแย่มารุกรานบ้านของเราได้ ซึ่งวันนี้ทาง DDproperty จะมาแนะนำ 3 ข้อกฏหมายหลักๆ ที่ใช้จัดการ 3 สถานการณ์ที่เราอาจต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้านได้


สถานการณ์ที่ 1 : เมื่อเพื่อนบ้านปล่อยให้สิ่งของยื่นเกินเข้ามาในบ้าน



ปัญหาหลักๆ ที่พบเจอได้บ่อยครั้งสำหรับโครงการบ้านจัดสรรกับเพื่อนบ้านก็คือสิ่งปลูกสร้างที่ยื่นเข้ามาบนที่ดินของเรา ที่พบบ่อยๆ จะเป็นเรื่องของต้นไม้ หลังคา กันสาด รั้วหรือสิ่งปลูกสร้างยื่นหรือขุดหรือฝังรากเกินมาในที่ดินของเรา ทางกฎหมายถือว่าเป็นการรุกล้ำ "แดนแห่งกรรมสิทธิ์" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แดนแห่งกรรมสิทธิ์ในมาตรา 1335 โดยเพื่อนบ้านที่กระทำการรุกล้ำแดนแห่งกรรมสิทธิ์ของเราจะถือเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น และบ้านผู้เดือดร้อนสามารถดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้


สถานการณ์ที่ 2 : เมื่อเพื่อนบ้านทำให้รำคาญ



การร้องเรียนเหตุรำคาญเป็นอีกหนึ่งข้อด้านกฎหมายที่ไว้ใช้ปกป้องเพื่อนบ้านจอมแสบที่สร้างความรำคาญให้แก่เรา โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ตามบทบัญญัติมาตราที่ 25 กำหนดว่าในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อน แก่ผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ต้องประสบกับเหตุนั้น ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่า เป็นเหตุรำคาญ เช่น แหล่งน้ำ ทางระบายน้ำ ที่อาบน้ำ ส้วม หรือที่ใส่มูล หรือเถ้า การเลี้ยงสัตว์ในที่ หรือวิธีใด หรือมีจำนวนเกินสมควร การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่นละออง เขม่า เถ้า ฯลฯ


ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ตามบทบัญญัติมาตรา 25 ดังนั้นหากรู้สึกว่าเพื่อนบ้านมีการกระทำดังกล่าวที่ส่งผลมาถึงบ้านของเราก็สามารถแจ้งความต่อเจ้าพนักงานและดำเนินคดีตามกฎหมายได้



สถานการณ์ที่ 3 : เมื่อเพื่อนบ้านเอารถมาจอดขวางหน้าบ้าน




กฎหมายอาญาหมวดลหุโทษตามมาตรา 397 ถือเป็นอีกหนึ่งข้อในแง่ของกฎหมายที่ไว้ใช้เล่นงานเพื่อนบ้านจอมแสบที่ชอบจอดรถขวางประตูบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นที่สาธารณะ และเป็นการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เพราะไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้านได้ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือว่าเพื่อนบ้านนั้นรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าจะทำให้บ้านของเราเดือดร้อนแต่ก็ยังทำ ถึงแม้จะไม่ได้เกิดความเสียหายกับตัวบ้านหรือผู้อยู่อาศัยโดยตรงก็ตามแต่ก็ถือเป็นคดีอาญาที่เจ้าพนักงานจะปัดคำร้องไม่รับความก็ไม่ได้ ดังนั้นหากเจอเพื่อนบ้านตัวแสบหัวหมออ้างว่าจอดบนถนนสาธารณะไม่ใช่ถนนหน้าบ้านเรา หรือ สร้างความเดือดร้อนให้กับเราในแง่ของการจอดรถขวางทางเข้าออกก็สามารถไปแจ้งความกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำเนินคดีได้เลย


ทั้งนี้การที่เราศึกษากฎหมายไว้ถือเป็นเรื่องที่ดีและควรกระทำอย่างมากเพราะส่วนใหญ่ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากกับเพื่อนบ้านตัวป่วนเหล่านี้มักจะเคลียร์กันด้วยการพูดคุยและยืดยาวเป็นปัญหาคาราคาซัง แล้วมักจะเจอเพื่อนบ้านหัวหมอใส่ประจำ พลิกคดีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดังนั้นการยกข้อกฎหมายมาใช้จัดการกับคนหัวหมอเหล่านี้จะเป็นการช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านบทลงโทษตามกฏหมายได้

บทความข้างต้นเผยแพร่ครั้งแรกที่ DDproperty.com เว็บไซต์สื่อกลางอสังหาริมทรัพย์ ที่รวบรวม ข่าวอสังหาฯ คู่มือซื้อขาย และรีวิวโครงการใหม่ ไว้กว่า 10,000 บทความ

เว็บไซต์สื่อกลาง ซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ภายใต้การบริหารงานของ PropertyGuru Group

บทความล่าสุด

192.168.52.213