Search

วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

มิเพียงสถาบันการเงินอย่าง k bank จะลงแอดฯโฆษณาเป็น "ทีมฟุตบอลสีเขียว" เท่านั้น โปรดักท์ที่ดูเหมือนจะ "ห่างไกลกีฬา" พวกประกันชีวิตอย่าง AIA ยังกระโจนมาตะลุยเต็มที่กับ Vitality


ที่เน้นไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ออกกำลังกาย ถึงขนาดสามารถเอา "ค่าความแข็งแรง" ไปแลกแต้ม "โน่น นั่น นี่" ได้สารพัด กันทีเดียว
Sport Marketing ไม่ใช่โถมตัวรุนแรงมาในตอนนี้ แต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มันส่งแรงกระเพื่อมผ่านสังคมโลกและสังคมไทยมาพักใหญ่แล้ว ถ้าเอา "รูปธรรม" ที่สุด ก็คือไทยลีกที่ทุกวงการเข้ามาเล่น แต่ถ้าเอาแบบอ้อมๆ จะเห็นว่า "กอล์ฟ" ก็ส่งไม้ต่อให้ "จักรยาน" ...และ "โยคะ" กับ "มินิมาราธอน" สลับกันแสดงบทบาท
ทว่า - ท่ามกลางความร้อนแรงของกีฬาหลายๆอย่างนั้น "เทรนด์" ตัวหนึ่งที่เร่าร้อนมาก ก็ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเพศหญิงที่ทำงานตามออฟฟิศต่างๆ เทรนด์ที่ว่านี้ รู้จักในชื่อ Athleisure ซึ่งดังมาจากการนำเสนอของแมกกาซีนอย่าง The Good Life ของฝรั่งเศส และเล่นซ้ำอีกหลายครั้งกับ Monocle กับ GQ lifestyle
คำที่ว่านี้ เป็นการเล่นคำผสม (แบบที่เรียกว่า play a punch) คือเอาคำว่า athlete (แปลว่านักกีฬา) มาผสมกับคำว่า leisure (สบายๆรีแลกซ์) จนกลายเป็นคำว่า athleisure

ความหมายของมันจริงๆ เข้าใจง่ายมากนั่นคือ ผู้หญิงทำงาน หรือสาวๆออฟฟิศ ที่ชอบแต่งตัวไปทำงานด้วยเสื้อผ้าแนว sports โดยเริ่มมาจากสาวๆที่นิวยอร์ค ลอนดอน ปารีส
ตัวอย่างง่ายเลยคือ เสื้อวอร์มตัวเล็ก หรือเสื้อแจ๊กเก็ตที่เป็นแนวกีฬา บางทีเป็นเสื้อทีม บางครั้งเป็นเสื้อคลุมที่มีดีไซน์กีฬา เสื้อผ้าจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องแสดงออกว่า นี่คือคอสตูมที่แสดงถึง "อารมณ์ ความรู้สึก" ของ sports
พอเริ่มนิยมมาพักใหญ่ จนกอนเวลานับวันเดือนปี วิธีการแต่งตัวแบบนี้ ก็ค่อยๆพัฒนาขึ้น จากเสื้อมาผ้าพันคอ จากนั้นก็ลุกลามไปกางเกงรัดๆ และมาถึงสัญลักษณ์ที่ใหญ่สุดในการแสดงออกของเทรนด์นี้ นั่นคือ "รองเท้า" หรือ sneakers !
ถ้าเราลองชายตามองดู จะพบว่ามีสาวๆออฟฟิศเยอะมาก ที่เลิกใส่ "รองเท้าส้นสูง" แล้วมาสวม รองเท้าผ้าใบแนวกีฬาแทน (NMD R1 คือน้ำเสียงหนึ่งที่สะท้อนความสำเร็จ ไม่แพ้กระทะเกาหลี)



เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว ผู้หญิงที่ไม่ชอบเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ก็ใช้เทรนด์ Athleisure ตอบสนองตัวเองด้วยการแต่งตัวแบบนี้ เพื่อรู้สึกว่าตัวเอง เข้าสู่เทรนด์กีฬา
เทรนด์ตัวนี้ เร่าร้อนและแรงต่อเนื่องมาก จนนักการตลาดของหลายๆ แบรนด์มองเห็นโอกาส จึงนำไปปรับใช้ ปรับเปลี่ยนกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยแยกลงยิบย่อยตาม "วัย-เพศ-การงาน" เพื่อประเมินสินค้าที่จะทำออกมาขาย ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ชื่อของเทรนด์นี้ไม่ระบุนะครับว่า ต้องเล่นกีฬาอะไร หรือสาววัยไหนสวมใส่ เพราะความหมายของมันต้นทางจริงๆ คือ "แต่งตัวแนวกีฬา" แค่นั้นเอง
พอล ดอย์ล ของ The Guardian บอกว่า เทรนด์สุขภาพที่ปกคลุมไปทั่วโลก ทำให้หลายคนต้องแสดงออกถึง "อะไรสักอย่าง" ที่เป็นกีฬา
แม้ว่า...เขาหรือเธอ ไม่จำเป็นต้องเล่นกีฬาเลย

และอะไรสักอย่างนั้น จะว่าไป การเกาะเทรนด์ Athleisure ก็คือการโดยสารที่ง่ายที่สุด เป็นพาหนะที่ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันมากมาย เพราะมันสามารถแสดงออกได้หลายทาง แถมยังทำเงินมหาศาลให้กับแบรนด์ต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็น sports (ตัวอย่างเช่นกรมธรรม์กีฬา + สุขภาพ)
ยิ่งไปกว่านั้น - เทรนด์นี้ยังร้อนหมื่นฟาเรนไฮต์ เมื่อวงการแฟชั่นโลก แบรนด์ระดับไฮเอนด์ ไม่สามารถอยู่นิ่งๆ ทำหน้าเมินชาต่อไป เพราะเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การเดินแฟชั่นบนรันเวย์ ยังปรับคอนเซปต์เป็น sporty เกือบหมด
ที่ฮือฮามากคือ แบรนด์อย่าง ปราด้า, ดิออร์ หรือ กุชชี่ ต่างออกแบบเสื้อผ้าแนว sporty เพื่อให้นางแบบสวมใส่บนรันเวย์ จนนักวิจารณ์แฟชั่นบอกว่า บางทีอีกหลายเดือนปีจากนี้ไป Athleisure อาจจะโถมตัว พัดแรง และปกคลุมไปทั่วทุกวงการ
นี่คือ บทความแรกของ lifestyle & trends ที่ผมจะเจาะลึก พูดถึง เทรนด์ใหม่ๆ กับบางแง่มุม เราจะพบกันสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ทั้งอาหาร ดนตรี หนังสือ hostel กาแฟ ตึกรามบ้านช่อง ภาพยนตร์ และกีฬา เราจะไปทุกวงการ
ที่ไหนมีเทรนด์ ที่นั่นมีเรา

บทความล่าสุด

192.168.52.211