แต่ด้วยความเป็นนักกีฬามืออาชีพ รถถัง ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนหากต้องโคจรมาพบกับเพื่อนร่วมค่ายในครั้งนี้ และพร้อมที่จะใส่สุดตัวบนสังเวียนตามวิถีของเกมกีฬา
“ถ้าจะต้องเจอกันจริง ๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ เมื่อเราอยู่ในเส้นทางสายนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะต้องเจอกันอยู่แล้ว จะแพ้หรือชนะก็ยังเป็นพี่น้องเหมือนเดิม เพราะเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่อายุ 14 ทำให้สนิทกันเป็นธรรมดา แต่ถ้าสักวันหนึ่งต้องมาชกกันเองผมก็พร้อมเสมอ”
ขณะที่ พันธ์พยัคฆ์ ก็พร้อมบู๊กับเพื่อนร่วมสายเลือดจิตรเมืองนนท์เช่นกัน แม้จะยอมรับว่ารู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่หากในอนาคต เส้นทางชีวิตลิขิตให้โคจรมาเจอกันบนเวที ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“ผมว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน ถ้าหากต้องมาชกกันก็อาจจะมีรู้สึกอึดอัดบ้าง แต่ถ้ามีโอกาสได้เจอกันบนเวที ผมก็พร้อมลุยเต็มที่อย่างแน่นอนครับ”