จากนั้น บาร์เซโลน่า ก็จัดงานแถลงข่าวให้ เมสซี่ ได้กล่าวอำลาแฟนๆด้วยตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวถึงกับหลั่งน้ำตาที่ต้องจากทีมรักที่เขาใช้ชีวิตมากว่า 2 ทศวรรษ
"ผมเชื่อว่าจะได้อยู่ที่นี่ที่ บาร์เซโลน่า นี่คือบ้านของผม บ้านของพวกเรา ผมอยากอยู่กับบาร์เซโลน่าต่อไป แต่วันนี้ผมจำเป็นต้องบอกลาหลังจากอยู่ที่นี่มาแทบทั้งชีวิต"
สุดท้าย เมสซี่ ก็ตัดสินใจย้ายไปสร้างตำนานบทใหม่กับ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส แต่อย่างไรก็ตามซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ก็ยอมรับว่า ยังหวังได้กลับมาร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า อีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยบทบาทใดก็ตาม
5. “เผิง ฉ่วย” กับสัมพันธ์ลับอดีตรองนายกฯจีน
“เผิง ฉ่วย” นักเทนนิสชาวจีนวัย 35 ปี ซึ่งเคยขึ้นถึงมือ 1 ของโลกในประเภทหญิงคู่ แฉเรื่องอื้อฉาวผ่าน "เว่ยป๋อ" สื่อสังคมออนไลน์ของจีนว่า เคยมีสัมพันธ์ลับๆในฐานะมือที่สามกับ “จาง เกาลี่” อดีตรองนายกรัฐมนตรีจีนระหว่างปี 2013-2018
อย่างไรก็ตามหลังการตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ โพสต์ดังกล่าวก็ถูกลบไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับบัญชีเว่ยป๋อ รวมถึงคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเธอก็ถูกระงับการมองเห็นทั้งหมด นอกจากนี้ตัวเธอก็ยังหายตัวไปอย่างลึกลับและขาดการติดต่อกับคนอื่นๆไปเป็นเวลากว่า 10 วัน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนในวงการกีฬาทั่วโลกพยายามกดดันทางการจีนให้พิสูจน์ความจริงโดยด่วน พร้อมผุดแฮชแท็ก #whereispengshuai จนเป็นแฮชแท็กที่ฮิตไปทั่ววงการ จากนั้น แม้จะมีการปล่อยภาพว่าเธอได้วิดีโอคอลกับ โธมัส บาค ประธานไอโอซี แต่หลายฝ่ายก็ยังเชื่อว่า เผิง อาจถูกควบคุมตัวอยู่ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ไอโอซีกับรัฐบาลจีนนั้น “มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน”
ต่อมา สมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) เดินหน้าแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนที่จะหนุนหลังนักเทนนิสสาวรายนี้ ด้วยการยกเลิกการแข่งขันในจีนและฮ่องกงทั้งหมด
เวลาผ่านไปนานนับเดือน สุดท้าย เผิง ฉ่วย ก็ปรากฏตัวพร้อมอธิบายว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ชาวโลกดูจะไม่มีใครเชื่อ
6. “วาด้า” แบนไทยกรณีสารกระตุ้น
กลายเป็นเรื่องสั่นสะเทือนวงการกีฬาไทย เมื่อองค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) ออกคำสั่งเด็ดขาด ลงโทษแบนไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีเหนือ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.2564 เป็นต้นมา โดยในส่วนของไทยถูกระบุความผิดไว้ว่า ไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมนูญสารกระตุ้นของวาดา ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย
นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าฯ กกท. อธิบายว่า ไทยมีประเด็นสำคัญเรื่องการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 บางประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของวาด้า ทั้งเรื่องการแยกหน่วยงานตรวจสารต้องห้ามออกมาเป็นองค์กรอิสระ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆอีกหลายประการ ซึ่งไทยพยายามแก้ไขกฎหมายลูกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่การแก้กฎหมายหลัก กระบวนการมีหลายขั้นตอน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลาของวาด้า
อย่างไรก็ตาม กกท. พยายามเร่งแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ขณะนี้แก้กฎหมายเรียบร้อย และได้ประสานกับ วาด้า อย่างต่อเนื่อง คาดหวังว่าจะปลดโทษแบนได้ภายใน ก.พ. 65 และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะได้เห็นธงชาติไทยโบกสะบัดในเวทีกีฬาโลกอีกครั้ง
7. แจ้งเกิด “โปรเหมียว” เด็กอัจฉริยะแห่งวงการกอล์ฟ
หลังจากได้ชื่นชมกับ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟสาวชาวไทยที่เคยขึ้นถึงตำแหน่งมือ 1 ของโลกเมื่อหลายปีก่อน มาในปีนี้ แฟนกอล์ฟก็ได้รู้จักกับ “โปรเหมียว” ปภังกร (แพตตี้) ธวัชธนกิจ ดาวรุ่งวัย 21 ปี ที่ผงาดคว้าแชมป์เมเจอร์รายการใหญ่อย่าง “เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น 2021” นับเป็นนักกอล์ฟคนที่ 2 ของไทยที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ “โปรเหมียว” ยังคว้ารางวัลนักกอล์ฟรุกกี้แห่งปีของแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2021 ได้อีกรางวัล จากการจบ 10 อันดับแรกได้ถึง 9 รายการ จาก 19 ทัวร์นาเมนท์ที่ลงแข่ง
และนี่คือผลงานของนักกอล์ฟไทย ที่เพิ่งเทิร์นโปรแบบเต็มตัวได้แค่ปีเดียว
8. “บาส-ปอป้อ” คู่ผสมมือ 1 โลก
ประวัติศาสตร์วงการตบลูกขนไก่ต้องจารึก เมื่อสองคู่หู “บาส-ปอป้อ” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันคู่ผสมมือ 1 ของไทย จัดการลบความผิดหวังหลังพลาดเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกเกมส์ 2020 “โตเกียวเกมส์” ด้วยการทำสถิติคว้าแชมป์ 5 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกันในช่วงปลายปี พร้อมทำสถิติไร้พ่าย 25 แมตช์ ปิดท้ายด้วยการคว้าแชมป์ในศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลกที่ประเทศสเปน ซึ่งนับเป็นนักแบดมินตันคู่ผสมของไทยคู่แรกที่ทำได้ พร้อมปิดฉากปี 2021 ด้วยตำแหน่ง “มือ 1 ของโลก”
รวมแล้วทั้งคู่กวาดเงินรางวัลรวมจาก 11 รายการที่ลงเล่นร่วมกันมากกว่า 22 ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่จับคู่ลงเล่นร่วมกันมา
9. ถึงเวลาช้างศึกเปลี่ยนแม่ทัพ จาก “นิชิโนะ” สู่ “มาโน่”
741 วันบนเก้าอี้กุนซือทีมชาติไทยของ อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น ต้องจบลงด้วยความเศร้า หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯประกาศแยกทาง จากความล้มเหลวของทั้งทีมชุดใหญ่และ ยู-23 ทั้งการตกรอบแรกซีเกมส์ และไม่ติด 12 ทีมสุดท้ายของเอเชียในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ต่อมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯตัดสินใจยกเครื่องการทำทีมชาติใหม่ โดยแต่งตั้ง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เข้ามารั้งตำแหน่งผู้จัดการทีมทั้งชุดใหญ่และ ยู-23 พร้อมมอบสิทธิ์ขาดในการเลือกกุนซือ “ช้างศึก” ได้เอง
หลังเฟ้นหาตัวกุนซือใหม่นานนับเดือน ในที่สุด มาดามแป้ง ก็เลือก “มาโน่ โพลกิ้ง” อดีตกุนซือ แบงค็อก ยูไนเต็ด ให้เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ ด้วยเชื่อว่าเป็นโค้ชที่รู้จักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี พร้อมเผยว่า จะให้ศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” เป็นตัวชี้วัดว่า “มาโน่” จะได้ทำทีมในระยะยาวหรือไม่
10. “ล้มมวย” ปัญหาที่ต้องเร่งสะสาง
“ล้มมวย” ปัญหาเรื้อรังที่ซุกอยู่ใต้พรมมานาน กลับขึ้นมาเป็นกระแสที่ทุกคนให้ความสนใจอีกครั้ง หลัง “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์คนดัง ออกมาแฉผ่านไลฟ์เฟซบุ๊ก โดยยอมรับว่าสุดช้ำใจ เมื่อนักมวยในสังกัด “ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์” สารภาพว่ายอมล้มมวยเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง 5 แสนบาท ส่วนผู้ว่าจ้างนั้น ฟ้าวันใหม่บอกว่าเป็น “อุดม จารย์ลี” เจ้าของฟาร์มควาย จ.นครนายก อดีตหัวหน้าคณะนักมวยเกียรติพานทอง
การแฉครั้งนี้ “เสี่ยโบ๊ท” ประกาศกร้าวขอเอาผิดคนที่ทำมวยล้มให้ถึงที่สุด คนจ้างล้มมวยต้องติดคุกสถานเดียวโดยจะไม่มีการยอมความเด็ดขาด
“วันนี้...เป็นวันที่ผมจะประกาศเป็นศัตรูกับคนทำมวยล้มทุกคน ใครทำมวยล้ม -ึงคือศัตรู -ูหลังจากนี้เป็นต้นไป” เสี่ยโบ๊ท ประกาศในไลฟ์
ด้าน อุดม จารย์ลี ได้เข้ามอบตัวหลังถูกกองปราบฯกดดันหนัก อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา