ต่อมาในช่วงพิปสตอป เพื่อเปลี่ยนตัวนักขับ และเมื่อพิทสตอปเปิด แดเนียล ส่งไม้ต่อให้ แซนดี้ เข้ามารับช่วงต่อในขณะที่อยู่อันดับที่ 4 และมีรถเบนลีย์ นำอยู่ด้านหน้า แซนดี้ พยายามไล่ขึ้นนำคู่แข่งที่นำหน้าอยู่อย่างสุดกำลัง ในที่สุดแซนดี้ก็สามารถขึ้นแซงได้เพียงรถเบนลีย์ 1 คัน สำเร็จ ในช่วงนาทีที่ 16.24 ส่วนอีก 2 คัน นำแซนดี้ ไกลเกินกว่าจะขึ้นนำได้ในเวลาที่เหลืออยู่ ทำให้การแข่งขันในเรซแรก แซนดี้และแดเนียลขึ้นโพเดียม อับดับที่ 3 พร้อมกับทำ Fastest lap ที่เวลา 1.02.47
ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เรซสุดท้ายของสัปดาห์ แซนดี้ ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลโพซิชั่น (อันดับที่ 1) ซึ่งในเรซนี้รถเฟอร์รารี่ ที่รั้งตำแหน่งอันดับที่ 1 ของตารางคะแนนรวม ไม่สามารถลงการแข่งขันได้ด้วยอุบัติเหตุในวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้คู่แข่งขันอันดับรองลงมามีโอกาสคว้าแชมป์เท่า ๆ กันจากคะแนนสะสมของแต่ละคนที่มีอยู่ขณะนั้น ส่วน แซนดี้ ออกสตาร์ทจากโพลโพซิชั่นได้ยอดเยี่ยม และรักษาตำแหน่งผู้นำของขบวนรถแข่งทุกคัน พยายามยืดระยะห่างของรถให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งแซนดี้สามารถสร้างระยะห่างของเวลาไว้ได้มากถึง 9 วินาที ก่อนส่งไม้ต่อให้ทีมเมทชาวออสเตรเลีย
ด้านแดเนียล ออกตัวได้ยอดเยี่ยม หลังรับช่วงจากแซนดี้ ขึ้นแซงรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้นำรุ่น Am แล้วขึ้นเป็นผู้นำขบวนรถแข่งทุกคัน จนในที่สุด แซนดี้ และแดเนียล ก็สามารถคว้าชัยชนะประจำเรซอันดับที่ 1 ทำให้ทั้งคู่คว้าแชมป์ประจำฤดูกาล ได้สำเร็จ ในประเภททีม และแซนดี้สามารถคว้าแชมป์ประเภทนักขับ ประจำฤดูกาลนี้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
แซนดี้ กล่าวว่า แทบไม่เชื่อว่า จะได้แชมป์เพราะคะแนนสะสมจากรอบที่แล้ว ยังห่างไกลจากผู้นำของตารางมาก ทำให้คิดได้เพียงแค่ พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หลังจากมีจังหวะและโอกาสเข้ามาก็ทำได้สำเร็จ มีความสุขมากที่ทีมคว้าแชมป์ประเภททีมได้ด้วยเป็นแชมป์แบบสองฤดูกาลติด ทั้งประเภทนักขับและประเภททีม