กรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานบริษัทไทยลีก จำกัด ในฐานะผู้บริหารการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในนามของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ " เนชั่น ทีวี"ว่า ประเด็นที่สื่อกำลังนำเสนอในขณะนี้ โดยเฉพาะการปรับแพ้ต่อสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟ.ซี. รวมไปถึงการปรับเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 50,000 บาท ไปจนถึง 100,000 บาท หลังจากเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 นัดประจำวันอาทิตย์ ในคู่ระหว่างการท่าเรือ เอฟ.ซี. เปิดบ้านสนามแพทสเตเดียม คลองเตย รับการมาเยือน จากโปลิศเทโร เอฟซี เรื่องดังกล่าวเห็นว่าเป็นการคาดการณ์ หรือนำเสนอในแบบที่เร็วเกินไป
ทั้งนี้ตามขั้นตอน หลังจากที่ฟุตบอลคู่นี้ยุติการแข่งขันไป เพราะไฟฟ้าดับ ทางผู้ควบคุมการแข่งขัน จะต้องทำเรื่องเสนอไปยัง คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จากนั้นคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ จะนัดวัน-เวลาเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ ทั้งนี้ผลที่ออกมาอาจจะเป็นไปได้ในหลายแนวทาง ทั้ง การเสมอที่สกอร์ 1-1 , การกลับมาแข่งขันใหม่ ,ในช่วงเวลาที่เหลือ หรือ กระทั่งการปรับแพ้ต่อสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. อย่างไรก็ตามประเด็นที่ต้องให้น้ำหนักก็คือ การกลับมาแข่งขันของไทยลีกอยู่ในพื้นฐานที่ไม่ปกติ คือ พักการแข่งขันไปนาน ดังนั้นอาจจะเกิดเงื่อนไข ที่เกินการควบคุมได้ และไม่ว่าผลจะออกมาในแบบไหน หากทางสโมสรการท่าเรือ เอ.ฟซี. คิดว่าตัวเอง เสียสิทธิ ก็ยังสามารถอุทธรณ์ได้
" ในกรณีของการท่าเรือ เอฟ.ซี. ผมอยากให้เป็นสัญญาณไปยังทุกสโมสร ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านการแข่งขันในแต่ละนัด อยากให้เพิ่มการเฝ้าระวังหรือวางแผนรับมือ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินต่อไปได้ ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ากรณีไฟฟ้าดับแข่งต่อไม่ได้ จะเกิดพายุ หรือ มีฝนตกหนัก จนทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง กระทั่งมาเกิดเหตุขึ้นกับสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. ในท้ายเกม และที่ผมต้องร้องขอและย้ำไปทุกสโมสร ที่เป็นเจ้าบ้านก็คือ การใส่ใจต่อมาตรการควบคุมการแข่งขัน เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด 19 ในส่วนของการดูแลผู้ชมในสนาม ที่จะต้องทำอย่างเคร่งครัด อย่าให้กลายเป็นประเด็นว่าละเลย เพราะหากเป็นปัญหาร้องเรียน ก็อาจจะกระทบมาถึงการจัดการแข่งขัน ในแบบที่มีผู้ชมในสนาม" กรวีร์ ระบุ