วันจันทร์ที่ 31ส.ค.ที่ห้องประชุมสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ชั้น15 อาคาร เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และ สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคฯ และ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม ที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมกันชี้แจงว่า หลังจาก ฮวน ฟอนตาเนียล สัญชาติคิวบา อดีตหัวหน้าสตาฟโค้ชมวยสากลทีมชาติไทย ลาออกจากการทำหน้าที่ หลังเข้ามารับงานในปี 2560 ซึ้่งการลาออกดังกล่าวถือเป็นความสมัครใจฮวน ฟอนตาเนียล ส่วนประเด็นที่พาดพิงวมาถึงสมาคมกีฬามวยสากลฯก็เป็นสิทธิของอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตามแนวทางของสมาคมกีฬามวยสากลฯ นับจากนี้คือการให้สตาฟโค้ชไทยเข้ามาทำหน้าที่ในการดูแลนักมวย ส่วนอนาคตจะใช้โค้ชต่างชาติหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะพิจารณาต่อไป แนวทางการทำงานของ สมาคมกีฬามวยสากลฯ ในขณะนี้ จะใช้โค้ชไทยต่อการการทำหน้าที่ ซึ่งในระยะยาวก็จะต้องสรรหาโค้ชไทย ที่มีทักษะ มีความสามารถบริหารจัดการนักมวยได้ เข้ามาสมทบเพิ่มเติม ซึ่งนอกจากจะชำนาญในเรื่องของมวยแล้ว ยังต้องมีความสามารถ ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาอีกด้วย เพื่อที่จะพัฒนานักกีฬาที่อยู่ในการดูแล
สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลฯกล่าวว่า หากประเมินจากการทำงาน ก็ถือว่าโค้ชไทยต่างพัฒนาขึ้นส่วน แผนงานโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่นในปีหน้า ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ต่อการทำผลงาน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ต้องเอาประสบการณ์ โอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล มาใช้เป็นแนวทางพัฒนา ส่วนตัวก็มั่นใจในศักยภาพของนักมวยและสตาฟโค้ชว่า โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น ทีมนักกีฬามวยสากล จะทำผลงานคว้าเหรียญมาได้
ทั้งนี้ ฮวน ฟอนตาเนียล สร้างชื่อวงการมวยสากลของไทย เมื่ออยู่เบื้องหลังในการสร้างผลงานของ มวยสากลไทย ในเวทีโอลิมปิกเกมส์ ด้วยผลงานจาก สมรักษ์ คำสิงห์, วิจารณ์ พลฤทธิ์ และมนัส บุญจำนงค์