จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ " เนชั่นทีวี" ว่า การแข่งขัน "วัน แชมเปียนชิพ" ในชื่อรายการ "วัน โนเซอร์เรนเดอร์" ซึ่งจะมีขึ้นที่กรุงเทพฯ ในคืนวันศุกร์ที่ 31 กรกฏาคม โดยเป็นการต่อสู้ ในสนามมวยระบบปิดตามแนวทางของภาครัฐ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ถ่ายทอดสดการแข่งขัน ทั้งทางดิจิทัลทีวี ,ยูทูป รวมถึงแอปพลิเคชั่นบทสมาร์ทโฟน วันซูเปอร์แอป
สำหรับการแข่งขันที่จะมีขึ้น ถือว่าเป็นการกลับมาของ "วัน แชมเปียนชิพ" กับการจัดแข่งขันในไทย เพราะครั้งหลังสุดที่จัดในไทย คือเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ขณะที่ในต่างประเทศ เป็นการจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ในช่วงเมษายน พฤษภาคม ซึ่งเป็นการจัดในแบบสนามปิดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ "วัน โนเซอเรนเดอร์" ที่กำลังจะมีขึ้น มีความหมายต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน คือ "วัน แชมเปียนชิพ" ต่อการใช้ประเทศไทย เป็นโมเดลของการจัดการแข่งขัน นับจากนี้
ด้วยองค์ประกอบที่ความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย จนทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผ่อนคลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น กระทั่งควบคุมได้ในที่สุด ซึ่งการประสบความสำเร็จดังกล่าวต่อการรับมือของไทย ในขณะที่ประเทศต่างในภูมิภาคนี้ ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ ต่างหาทางแก้ไขการแพร่ะบาด ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้ไทยกับการเป็นสังเวียนการแข่งขันของวันแชมเปียนชิพ โดดเด่นยิ่งขึ้น และการจัดการแข่งขันที่จะมีขึ้นที่กรุงเทพฯในสัปดาห์หน้า อันเป็นครั้งแรกของรูปแบบสนามปิดในไทย ก็จะเป็นแนวทางให้ทางผู้จัด คือวันแชมเปียนชิพ ได้พิจารณาใช้เป็นต้นแบบ เพื่อการจัดแข่งขันในโอกาสต่อๆไป
" ในแง่ของการฟื้นตัวจากโควิด -19 ประเทศไทยทำได้ดี และเป็นความได้เปรียบ หากจากนี้ไปไทย จะเป็นศูนย์กลางของการจัดแข่งขันศิลปะการต่อสู้วันแชมเปียนชิพ ทดแทนประเทศอื่นๆ ที่ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ สำหรับวันโนเซอเรนเดอร์ที่จะมีขึ้น ทีมงานของวันแชมเปียนชิพ มีมาตรการเข้มงวดทั้ง นักมวย และเจ้าหน้าที่ ทุกคน ตั้งแต่การพักในโรงแรม จนถึงการแข่งขัน เพื่อสร้างความปลอดภัยด้านสุขอนามัย " จิติณัฐ กล่าว