ผศ. ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า กสทช. ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติที่คนไทยมีส่วนเกี่ยวข้องมาโดยตลอด โดยโอลิมปิกเกมส์ ถือเป็น 1 ใน 7 กีฬา ที่กำหนดไว้ในกฎมัสท์แฮฟ (Must Have) ต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวี หรือทีวีดิจิทัล จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ กกท. ในการนำลิขสิทธิ์การแข่งขันมาถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมผ่านทางดิจิตัลทีวี และ ยังสามารถรับชมในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทีวีดาวเทียม ตามกฎ Must Have ดำเนินการถ่ายทอดสดโดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือเลือกรับชมผ่านออนไลน์ได้ทาง AIS PLAY ที่จะถ่ายทอดสดทุกชนิดกีฬาตลอดการแข่งขัน ผ่าน 12 ช่องสัญญาณถ่ายทอดสด รวมถึงรับชมการถ่ายทอดสดพิธีเปิดและพิธีปิดครั้งแรกผ่านทางสื่อโฆษณานอกบ้านหรือ จอ Digital Out of home จากแพลนบี ได้อีกด้วย นั่นหมายความว่าโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนก็จะไม่พลาดการรับชมการถ่ายทอดสดอย่างแน่นอน
พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ จากการร่วมประสานงานอย่างต่อเนื่องกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลมาโดยตลอด ซึ่งในขณะนี้ประธานไอโอซี ยังคงเชื่อมั่นและยืนยันว่า โอลิมปิก "โตเกียว 2020" ยังคงดำเนินการแผนที่วางไว้ เพื่อทำพิธีเปิดการแข่งขันวันที่ 24 ก.ค.นี้ และจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แม้จะมีการวิตกเกี่ยวกับ ไวรัสโควิด-19 อยู่ในเวลานี้ก็ตาม ทางโอลิมปิกได้มีการทำงานร่วมกับประเทศเจ้าบ้านอย่างญี่ปุ่น องค์การอนามัยโลก โอลิมปิกจีน และคณะกรรมการโอลิมปิกประเทศอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดมาตรการความปลอดภัยอย่างสูงที่สุดต่อนักกีฬาและบุคลากรด้านกีฬาของประเทศต่างๆ สำหรับความพร้อมของประเทศไทย และนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมลงชิงชัยในศึกครั้งนี้ เราได้มีเตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่ ทั้งในกระบวนการคัดสรรนักกีฬา การสนับสนุนการฝึกซ้อมโดยทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาต่างๆ โดยการสนับสนุนของการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ได้มีการนำวิทยาการความรู้ และวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วงเพิ่มศักยภาพให้กับนักกีฬาไทยของเรา รวมไปถึงการสร้างมาตรการความปลอดภัยของนักกีฬาที่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกอย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ เรามีนักกีฬาไทยที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก จำนวน 14 คน และกำลังอยู่ในระหว่างการแข่งขันรอบคัดเลือกอีกหลายรายการ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักกีฬาไทยจะได้รับแรงใจแรงเชียร์จากชาวไทยทุกคน เพื่อคว้าชัยชนะในมหกรรมการแข่งขันโอลิปิก โตเกียว 2020 ในครั้งนี้
มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวปิดท้ายว่า "อย่างที่ทุกท่านทราบ บริษัทแม่ของเรานั่นคือ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์คอร์ปอเรชั่น ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในหมวดหมู่ทางด้านการขับเคลื่อน ซึ่งรวมไปถึงการให้บริการด้านการขนส่ง และการจัดการในการที่จะส่งเสริมศักยภาพของมนุษย์ผ่านพลังแห่งการขับเคลื่อน เพราะเราเชื่อว่าการขับเคลื่อนคือรากฐานสำคัญในการปูทางให้คนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียมกัน ดังที่เราเรียกว่า "การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน" หมายถึง "เมื่อเรามีอิสระในการเคลื่อนไหว ทุกอย่างก็เป็นไปได้" และเราขอยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนผ่านการขับเคลื่อน ควบคู่ไปกับแนวคิดองค์กรของโตโยต้าทั่วโลก ในการเริ่มต้นทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...ให้เป็นไปได้ หรือ "Start Your Impossible" ซึ่งเป็นแนวคิดของโตโยต้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันท้าทายของนักกีฬาโอลิมปิกและนักกีฬาพาราลิมปิกมหกรรมโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ก.ค. ถึง 9 ส.ค.63 มี 206 ชาติจากทั่วโลกเข้าร่วม ชิงชัยทั้งสิ้น 33 ชนิดกีฬา โดยปัจจุบันมีนักกีฬาไทย คว้าตั๋วเข้าแข่งขันได้แล้ว 14 ใบ ประกอบด้วย พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทควันโด), เศวต เศรษฐาภรณ์ (ยิงเป้าบิน), กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม (เรือใบ), ศิริพร แก้วดวงงาม (วินด์เซิร์ฟ), จุฑาธิป มณีพันธุ์ (จักรยาน), อิศรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร (ยิงปืน), ณภัสวรรณ หย่างไพบูลย์ (ยิงปืน), ธันยพร พฤกษากร (ยิงปืน), สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (ยิงเป้าบิน), อิศราภา อิ่มประเสริฐสุข (ยิงเป้าบิน), ใบสน มณีก้อน (มวยสากลสมัครเล่น), สุดาพร สีสอนดี (มวยสากลสมัครเล่น), ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด (มวยสากลสมัครเล่น) และ อาริย์ณัฏฐา ชวตานนท์/ กรธวัช สำราญ/วีรภัฎ ปิฏกานนท์ (ขี่ม้าอีเว้นท์ติ้ง ประเภททีม), ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี (มวยสากลสมัครเล่น)