การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหดรายการซูซูกะ4 ชั่วโมงเอ็นดูรานซ์เรซ2019 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สนามซูซูกะอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระยะทางต่อรอบ5.821 กิโลเมตร
ทีมแข่ง เอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ ที่นำโดย"มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช และ"ฟิล์ม" ปิยวัฒน์ประทุมยศ พร้อมด้วยทีมช่างไทย 100% ลงแข่งขันเป็นปีที่3 ติดต่อกันและสร้างผลงาน ได้อย่างยอดเยี่ยมนับ ตั้งแต่การซ้อมครั้งแรก โดยสามารถคว้ากริดสตาร์ทอันดับที่2 มาครอง
ส่วนเกมในรอบชิงชนะเลิศออกสตาร์ท ในช่วงเช้าวันเสาร์ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนของประเทศญี่ปุ่นโดยมุกข์ลดา รับหน้าที่เป็นมือบิดแรก และออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะร่วงลงไปอยู่ในอันดับ3 ก็สามารถขยับมาเป็นผู้นำได้ ในรอบที่4 และรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่นทิ้งห่างอันดับ2 ไปถึง8.2 วินาทีในช่วง55 นาทีแรกก่อนจะนำรถเข้ามาเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัวนักบิดส่งไม้ต่อให้ปิยวัฒน์ ไปทำหน้าที่ต่อในชั่วโมงที่2 ของการแข่งขัน
ขณะที่สภาพอากาศยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องปิยวัฒน์ออกมาทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ ทิ้งระยะห่างจากทีมอันดับ2 อย่างยามาฮ่าอินโดนีเซีย& อิโตเรซซิ่ง ออกไปถึง21.8 วินาทีโดยดาวรุ่งจากโครงการ"เรซทูเดอะดรีม" ของเอ.พี.ฮอนด้าทิ้งห่างคู่แข่งออกไปร่วม1 นาทีกับการแข่งขันชั่วโมงที่2 จากนั้นเอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ทำการเปลี่ยนตัวนักบิดอีกครั้ง ให้ มุกข์ลดา ลงมาทำหน้าที่ต่อและเป็นผู้นำทิ้งห่างคู่แข่งออกไปถึง2 รอบสนาม
ในช่วง2 ชั่วโมง40 นาทีของการแข่งขันมีรถแข่งพลาดล้มอย่างรุนแรงกรรมการต้องตัดสินใจตีธงแดงเพื่อยุตติการแข่งขันชั่วคราวรถทุกคันต้องกลับเข้าพิตโดยมุกข์ลดายังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น
อย่างไรก็ดีจากสภาพอากาศที่มีฝนตกลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กรรมการประกาศยุติการแข่งขันส่งผลให้เอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ภายใต้รถแข่งHonda CBR600RR หมายเลข149 คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์จากผลงานของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นทีมแรกด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น62 รอบสนาม คิดเป็นระยะทาง360.902 กิโลเมตร
โดยทั้งมุกข์ลดาและปิยวัฒน์ ได้ฉลองแชมป์บนโพเดี้ยมและร้องเพลงชาติไทยกระหึ่มสนามซูซูกะอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับทีมงานคนไทยและแฟนชาวไทยที่ตามเข้าชมอย่างยิ่งใหญ่
ฃ