โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์นายใหญ่ของยูไนเต็ดคนปัจจุบัน มีส่วนร่วมสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ พวกเขาเป็นทีมแรกและทีมเดียวของประเทศอังกฤษ ที่เถลิงแชมป์รายการเมเจอร์ 3 ใบในฤดูกาลเดียวได้
อดีตหน้าเป้าหน้าเด็กให้สัมภาษณ์กับ ESPN ระบุว่า: "เราท้าทายกันและกันทุกวันในการฝึกซ้อม มีการสู้กันทุกครั้ง และมีความยุติธรรมภายในใจที่ผมไม่ค่อยได้เห็นจากทีมไหนอีกมากนัก
"เราไม่เคยยอมรับให้ใครสักคนหนึ่งทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในการฝึกซ้อม เราไล่หวดกันและเราต้องเอาชนะในทุก ๆ วัน สิ่งดังกล่าวถ่ายทอดไปสู่การแข่งขันและเราก็ไม่เคยยอมแพ้ ณ เวลานั้นสปิริตของทีมสุดยอดมาก
"ผมอยากให้นักเตะของผมผลักดันกันและกันพร้อมทั้งเรียกร้องทัศนคติการทุ่มเทแบบ 100% จากกันและกันในทุก ๆ วัน นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คุณพัฒนา และเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คุณคว้าชัยชนะ เรามีบางอย่างที่พิเศษ
"ตอนนี้เรามีกลุ่มนักเตะที่แตกต่างจากเดิมซึ่งความท้าทายคือ 'ผมจะทำให้ผู้เล่นเหล่านี้กลายเป็นแชมป์อย่างที่เราเคยเป็นได้อย่างไร?'"
โซลชาร์ยังกล่าวเสริมด้วยว่า เขาได้น้อมนำคำสอนของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานที่เขาเคยร่วมงานด้วยมาปรับใช้กับการทำงานตอนนี้
"ตอนที่ผมกลับมาที่นี่ในฐานะผู้จัดการทีม ผมคิดเยอะมากเลยนะว่าทีมที่จะคว้าแชมป์ต้องทำอย่างไร การจะเอาชนะในเวทีใหญ่ ๆ ได้นี่ต้องใช้อะไร? ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะนึกย้อนเวลากลับไปแล้วคิดในใจว่า 'ตอนนั้นเป็นเวลาที่วิเศษมากเลยนะ...' มันเป็นเรื่องของการคิดว่าเราทำอะไรจนไปถึงจุดนั้นได้มากกว่า
"ผู้จัดการทีมพูดอะไรกับเรา? เขาใช้สูตรเด็ดสูตรไหนตอนทีมทอล์ค? เขาคุยกับเราเมื่อไร? บรรดารายละเอียดยิบย่อยต่าง ๆ
"ผมค่อนข้างโชคดีเพราะผมจดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงไดอารี่ ผมคิดถึงเรื่องฟุตบอลเยอะมากดังนั้นผมจึงมีความทรงจำที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เขียนเอาไว้ด้วย
"ช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง ผมมีสมาธิกับสิ่งที่ผู้จัดการทีมพูดให้เราฟังมากขึ้น คุณได้เรียนรู้ว่าการพูดของเขามีแบบแผน เขามีแบบแผนที่ใช้ในการสร้างทีมจนนักเตะทุกคนเชื่อเหมือนกันว่า 'พวกเราสามารถทำได้'
"ผมเอาทีมทอล์คของเขามาใช้ไปบ้างแล้ว คุณต้องวางแผนนะ คุณจะทำทุกอย่างด้วยอารมณ์อย่างเดียวไม่ได้ เมื่อผมได้รู้จักกับเขา ผมตระหนักว่ามันไม่ใช่เรื่องอารมณ์ ตอนที่เขาเปิดไดร์เป่าผมสวดใครสักคน หรือเวลาที่เขาด่ากราด จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังสิ่งที่เขาทำ เขาอาจจะชี้นิ้วไปที่นักเตะสักคนเพื่อให้นักเตะอีก 10 คนไปช่วยนักเตะคนนั้น
"เขาอาจจะเอามือโอบประคบประหงมใครสักคน หรือจัดหนักใครสักคนเพื่อเค้นผลงานที่ดีที่สุดออกมา นั่นคือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเขามากที่สุด วิธีที่เขาใช้ในการนำสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากนักเตะทุก ๆ คน"