คำถามคือ ทำไมพวกเขาถึงอยากเข้าร่วมคิงส์คัพหนนี้(ทั้งๆที่ห่างหายไปนานกว่า13ปี)?"น่าคิดเนอะ" แถมยังทำให้ใครหลายคนอยากรู้คำตอบ แต่พอได้ฟังจากบทสัมภาษณ์ที่ผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลของเวียดนามเคยออกมาให้ข่าวไว้ เห็นได้ชัดว่านี่คือคิงส์คัพที่พวกเขาปฎิเสธเรายากเพราะมันมีเหตุผลหลักๆรองรับอยู่ด้วยกันถึง2-3อย่างอย่างแรก นี่เป็นรายการที่เก่าแก่ และเป็นทัวร์นาเม้นท์ที่ใช้เวลาการแข่งขันไม่นาน สอดรับกับความต้องการของโค้ชปาร์ค ฮัง โซ ที่ต้องการให้ลูกทีมของเขามีประสบการณ์อุ่นเครื่องนอกบ้านบ้างเพื่อเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกรอบ2 ที่แน่นอนว่าแต่ละทีมต้องเล่นเกมเยือนมากถึง4นัดอย่างที่สอง คือ การทำอันดับฟีฟ่าเพื่อโอกาสของเวียดนามในบอลโลกที่กาตาร์ หากพิจารณาจากอันดับฟีฟ่าที่เป็นอยู่ เส้นทางในการลุ้นเข้าสู่รอบลึกๆของเวียดนามในบอลโลกตอนนี้ดูดีกว่าทุกทีมในอาเซียน เพราะพวกเขาอยู่ในตำแหน่งโถจับติ้วทีมวางที่ดีกว่า(โถ2จากการเป็นอันดับ16ของทวีป)และถ้าพวกเขาสามารถยืนระยะได้จนถึงวันจับฉลาก(ซึ่งว่ากันว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ค.) พวกเขาก็จะได้เปรียบอย่างมากติ๊ต่างกันง่ายๆหากทีมของคุณสามารถหลบหลีกการเจอกับทีมในระดับใกล้เคียงกันหรือสูงกว่าได้ในรอบแรกๆ โอกาสของทีมคุณมันจะมีมากขึ้นหรือน้อยลงกันล่ะ?และนั่นคือสิ่งที่เวียดนามกำลังพยายามทำกันอยู่ พวกเขามีโอกาสสูงที่จะหลบกระดูกจากตะวันออกกลาง ทั้งโอมาน, ซีเรีย, อิรัก, จอร์แดน และเลบานอนซึ่งแน่นอนว่าการเจอกับทีมเหล่านี้ตั้งแต่ไก่โห่คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพียงแต่ "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน" เพราะตำแหน่งโถ2ของเวียดนามดันมีผู้ตามอย่างปาเลสไตน์จ่อท้ายมาติดๆชนิดความห่างแค่อันดับเดียวโดยมีคะแนนห่างกันแค่3แต้มเท่านั้น ถ้าจะว่ากันจริงๆคือ ผลแพ้ชนะที่เกิดขึ้นในฟีฟ่าเดย์ที่เหลืออยู่ก่อนถึงวันจับติ้ว เอฟเฟ็กของมันจะมีผลอย่างมาก หากพวกเขาเก็บคะแนนไม่ได้หรือได้น้อยเกินไปก็มีโอกาสที่ปาเลสไตน์จะเบียดแซงพวกเขาขึ้นโถ2ในโค้งสุดท้ายพิจารณาจากทีมที่เข้าแข่งขันในหนนี้(ที่ได้เปิดเผยออกมาแล้ว) ทั้งไทยและอินเดียล้วนแล้วแต่เป็นทีมที่พวกเขามองว่า "สู้ได้และไม่ได้เหนือกว่า" ประกอบกับระยะหลังๆมานี้ไทยเองก็แพ้ให้เวียดนามในหลายชุดดังนั้นการจะลุ้นเก็บคะแนนฟีฟ่าจากรายการคิงส์คัพก็ดูเป็นอะไรที่พอจะจับต้องได้อยู่เหมือนกัน สุดท้าย คือ "คุ้มที่จะมาและแมตช์มันขายได้" พูดได้เต็มปากว่าด้านการตลาดและเสียงตอบรับจากแฟนบอล คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่าแมตช์ระหว่างไทยกับเวียดนาม ทั้งตั๋วการเข้าชม, ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์คงจะมีไม่น้อยเลยล่ะ (แหงซิ..ใครบ้างจะไม่อยากเห็นการดวลกันของ2ยอดทีมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ยิ่งบรรดาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง-ค่าโรงแรมที่พัก ทั้งหมดก็เป็นทางไทยดูแลในฐานะเจ้าบ้าน(ดีกว่าออกเองหากพวกเขาเชิญทีมมาเตะเองในบ้าน) ที่สำคัญเกิดจับพลัดจับพลูได้แชมป์ขึ้นมาก็ยังมีเงินก้อนใส่กระเป๋ากลับบ้านตบท้ายอีก ดูแล้วยังไงก็คุ้มจาก2-3ข้อในข้างต้นคงเพียงพอที่จะบอกเราได้ว่าทำไมพวกเขาถึงปฎิเสธเราไม่ลงเพราะมันได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง และสำหรับแฟนบอลบ้านเราคงต้องเตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม(เพื่อซื้อตั๋วเข้าชม) และเตรียมคีย์บอร์ดให้ว่าง(เพื่อไว้กดจองตั๋วและเพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะกับแฟนบอลเพื่อนบ้าน) เพราะคิงส์คัพหนนี้น่าจะได้ "ดูไปพิมพ์ไป" จริงมั้ยล่ะครับ?...ท่านผู้อ่าน