ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร , ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.ก้องศักด ยอดมณี , พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ได้แถลงข่าว การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ โมโต จีพีเป็นปีที่ 2 ในชื่อรายการ "พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019" ซึ่งจะชิงชัยกัน 4 ถึง 6 ตุลาคม นี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ทั้งนี้ โมโตจีพี ครั้งแรก ที่จัดขึ้นตุลาคม ปีที่แล้ว ทำยอดผู้ชม ทั้งไทยและต่างชาติ รวมแล้วกว่า 2 แสน 2 หมื่นคน ตลอดทั้ง 3 วัน ของการจัดงาน จนเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ชมทั้งหมด 19 สนาม ที่จัดขึ้นทั่วโลก กระทั่งคว้ารางวัล เบสท์ กรังปรีซ์ ออฟ เดอะเยียร์ หรือ ทั้งยังถูกยกให้เป็นสนามแข่งขันที่ดีที่สุดประจำปี ขณะที่ในไทย มีการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจสูงถึง 3 พันล้านบาท ทั้งจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประกาศความพร้อมที่จะร่วมมือกับหลายฝ่าย สานต่อโมโตจีพี ปีที่ 2
ขณะเดียวกัน พร้อมกับการแถลงข่าว ทางฝ่ายจัดการแข่งขัน ยังได้เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่วันนี้ คือพฤหัสที่ 28 โดยราคาบัตรสูงสุดอยู่ที่ 4 พันบาท และราคาถูกสุดอยู่ที่ 2 พันบาท ผู้สนใจสามารถซื้อได้แล้ววันนี้ทาง ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส กว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ www.allticket.com ซึ่งปรากฏว่าหลังจากขายบัตรอย่างเป็นทางการวันแรก ในเวลา 15.00 น. เพียงไม่ถึงชั่วโมง บัตรแกรนแสตนด์ ก็สามารถจำหน่ายได้หมด
กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัดตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ บอกว่า การจัดการแข่งขันในปีที่ 2 ไฮไลท์ จะอยู่ที่นักแข่งหลายคนได้ทำการย้ายต้นสังกัดใหม่ รวมถึงค่ายรถแต่ละค่ายก็ได้พัฒนารถแต่ละรุ่นโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้การแข่งขันสนุกและเร้าใจยิ่งขึ้น