เนชั่นทีวี

กีฬา

(คลิปข่าว) ปี 2018 : ขาลงของวงการฟุตบอลไทย?

27 ธ.ค. 2561 | lastman

(คลิปข่าว) ปี 2018 : ขาลงของวงการฟุตบอลไทย?

ปี 2018 ผลงานของทีมชาติไทย หากนับโดยภาพรวมทุกชุดแล้ว จะบอกว่าเป็นปีขาลงของบอลไทยก็ว่าได้ โดยจากผลงานไล่ตั้งแต่ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่ตกรอบรองชนะเลิศ ในศึกอาเซียนคัพ 2018 ด้วยการบุกไปเสมอ มาเลเซีย 0-0 และกลับมาเสมอในบ้าน 2-2 ตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน เป็นอันต้องยุติเส้นทางคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ของทัพช้างศึกโดยทันที

ถึงแม้ว่าในทัวร์นาเมนต์นี้เราอาจะไม่แพ้ให้กับทีมใด และเข้ารอบรองฯมาในฐานะแชมป์ของกลุ่มบี ด้วยการยิงประตูคู่แข่งมากว่า 15 ลูก และเสียเพียง 3 ประตู มี 10 แต้ม แต่จากการตกรอบในรอบรองฯทำให้โดนกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ อย่างมากจากแฟนบอลไทย ที่คาดหวังให้ทีมชุดนี้ไปถึงการคว้าแชมป์อาเซียน ที่อาจดูไม่ไกลเกินเอื้อม โดยประเด็นหลักๆที่แฟนบอลพูดถึงก็คือในเรื่องสไตล์การทำทีมของ ราเยวัช ที่เน้นรับจนเกินไป และเป้าหมายเพื่อใช้ทีมชุดนี้ในการเตรียมทีมสำหรับเอเชียนคัพ 2019 จนเป็นเหตุให้เราจอดป้ายเพียงรอบรองชนะเลิศ ส่วนผลงานในคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ทำได้เพียงการคว้ารองแชมป์ ด้วยการพ่ายต่อ สโลวาเกีย 2-3 ในรอบชิงฯ

ถัดมาเป็นทัพช้างศึก ชุดเอเชียนเกมส์ ที่มี "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ หวนกลับมาคุมทัพอีกครั้ง หลังลดบทบาทไปเป็นผู้ช่วยของ โซรัน ยานโควิช นับตั้งแต่พาทีมไปคว้าเหรียญทอง ที่กัวลาลัมเปอร์ แต่กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องสไตล์การเล่น และการเลือกตัวผู้เล่นมาติดทีม แต่สุดท้ายแล้ว "โค้ชโย่ง" ก็ได้กลับมาคุมทีมชุดนี้อีกครั้ง
หวนกลับมาคราวนี้ "โค้ชโย่ง" กลับต้องเจอกับหลายปัญหา ทั้งผู้เล่นบาดเจ็บ และเวลาการเก็บตัวที่มีไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม จนท้ายที่สุดก็ตกรอบไปตามคาด โดยมีเพียง 2 แต้ม จากการเสมอ กาตาร์ และบังคลาเทศ

ส่วนเกมสุดท้ายพ่าย อุซเบกิสถาน 0-1 แม้ว่าจะมีโอกาสได้ลุ้นเข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุด จาก 4 ใน 6 ทีม แต่สุดท้ายเทพีแห่งโชคก็ไม่เข้าข้างนับเป็นการตกรอบแรกของทีม ชาติไทย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ในรอบ 24 ปี อีกด้วย

ขณะที่ในทัวนาเมนต์เดียวกัน ซึ่งว่ากันว่าเป็นอาถรรพ์ของ ""ทัพชบาแก้ว" ที่ไม่เคยไปได้ไกลกว่ารอบ 8 ทีมในเอเชียนเกมส์ ได้เลย ถึงแม้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมแข้งสาวไทย เข้าถึงรอบ 8 ทีมได้ตามเป้าหมาย แต่พวกเธอก็ไม่สามารถชนะ ทีมใดได้เลย ซึ่งผลงานในรอบแรก แพ้ญี่ปุ่น 0-2 และแพ้ เวียดนาม 2-3 เข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 3.. เป็น 1 ใน 2 ทีมที่ดีที่สุด ด้วยลูกได้เสียที่เหนือกว่า ฮ่องกง จากกลุ่มบี และอินโดนีเซีย ในกลุ่มเอ
ในรอบ 8 ทีม พวกเธอต้องเจอกับ จีน ของจริงในย่านนี้ ก่อนท้ายที่สุด พ่ายไป 0-5 ไม่สามารถลบอาถรรพ์ในเอเชียนเกมส์ได้ แต่เป้าหมายใหญ่ของ "ทัพชบาแก้ว" ก็คือการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ฝรั่งเศส ในปีหน้า
ขณะที่ผลงานของ ทัพช้างศึก ชุดเล็ก อย่างชุด ยู-19 ปี ก็ไม่ประสบความสำเร็จในเวทีอาเซียน แม้จะเข้ารอบในฐานะแชมป์ของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ผลงานกลับสวนทางในรอบน็อคเอาท์ ด้วยการพ่ายต่อเมียนมาร์ 0-1 ในรอบรองฯ หนำซ้ำ นัดชิงที่ 3 ยังพ่ายต่ออินโดนีเซีย 1-2 ไม่สามารถหยิบเหรียญรางวัลกลับบ้านได้เลย

ส่วนทีมชุด ยู -16 ซึ่งนับเป็นความหวัง ที่มีผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง วรากร ทองใบ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และจักรพงษ์ แสนมะฮุง รวมถึงผู้รายเล่นอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นดาวรุ่งจากทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีก ก็กลับทำผลงานสวนทางกับช่วงเก็บตัวอุ่นเครื่อง ด้วยการตกรอบแรกในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่มาเลเซีย อีกทั้งในเวทีอาเซียนก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ หลังพ่ายจุดโทษต่อ อินโดนีเซีย ในเกมนัดชิงฯ

ขณะที่ผลงานของ "ทัพช้างศึกโต๊ะเล็ก" ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ก็ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันด้วยการคว้าแชมป์เอเชียได้เสียที หลังเคยทำดีที่ดีด้วยการคว้ารองแชมป์ 2 สมัย เมื่อปี 2008 และ 2012 แต่ผลงานในปีนี้ กลับต่างไปจากเมื่อสองครั้งนั้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ภายในทีมค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังเข้ารอบน็อคเอาท์ มาเจอกับ อิหร่าน เบอร์ 1 โต๊ะเล็กในย่านนี้ จนเราพ่ายไปแบบหมดรูป 1-9 จอดเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้นแม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว ปี 2018 นี้ อาจดูเหมือนขาลงของวงการฟุตบอลไทย แต่หากทุกฝ่ายนำข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นต่างๆกลับมาแก้ไข เพื่อก้าวต่อไปในปีหน้า ที่มีทัวร์นาเมนต์ใหญ่รออยู่ ทั้งเอเชียนคัพ 2019 ของทัพช้างศึก และศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ที่ฝรั่งเศส ก็เชื่อว่าปี 2019 ข้างหน้านี้ คงจะเป็นปีทองของฟุตบอลไทยได้อีกครั้ง ส่วนแฟนบอลไทยก็จะยังคงให้กำลังใจกันต่อไป ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ "สายเลือดบอลไทย" ก็จะยังคงเข้มข้นอยู่เสมอ..

ข่าวล่าสุด