ส่วนทีมชุด ยู -16 ซึ่งนับเป็นความหวัง ที่มีผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง วรากร ทองใบ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และจักรพงษ์ แสนมะฮุง รวมถึงผู้รายเล่นอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นดาวรุ่งจากทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีก ก็กลับทำผลงานสวนทางกับช่วงเก็บตัวอุ่นเครื่อง ด้วยการตกรอบแรกในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่มาเลเซีย อีกทั้งในเวทีอาเซียนก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ หลังพ่ายจุดโทษต่อ อินโดนีเซีย ในเกมนัดชิงฯ
ขณะที่ผลงานของ "ทัพช้างศึกโต๊ะเล็ก" ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ก็ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันด้วยการคว้าแชมป์เอเชียได้เสียที หลังเคยทำดีที่ดีด้วยการคว้ารองแชมป์ 2 สมัย เมื่อปี 2008 และ 2012 แต่ผลงานในปีนี้ กลับต่างไปจากเมื่อสองครั้งนั้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ภายในทีมค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังเข้ารอบน็อคเอาท์ มาเจอกับ อิหร่าน เบอร์ 1 โต๊ะเล็กในย่านนี้ จนเราพ่ายไปแบบหมดรูป 1-9 จอดเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้นแม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว ปี 2018 นี้ อาจดูเหมือนขาลงของวงการฟุตบอลไทย แต่หากทุกฝ่ายนำข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นต่างๆกลับมาแก้ไข เพื่อก้าวต่อไปในปีหน้า ที่มีทัวร์นาเมนต์ใหญ่รออยู่ ทั้งเอเชียนคัพ 2019 ของทัพช้างศึก และศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ที่ฝรั่งเศส ก็เชื่อว่าปี 2019 ข้างหน้านี้ คงจะเป็นปีทองของฟุตบอลไทยได้อีกครั้ง ส่วนแฟนบอลไทยก็จะยังคงให้กำลังใจกันต่อไป ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ "สายเลือดบอลไทย" ก็จะยังคงเข้มข้นอยู่เสมอ..