"เราพบกันหนแรกในปี 2010 หลังเขากับอังเกล่า แมร์เคิลร่วมชมเกมเยอรมนีพบตุรกีที่เบอร์ลิน นับตั้งแต่นั้นมาเราก็ได้พบปะกันอีกหลายครั้งทั่วโลก"
"ผมตระหนักว่าภาพดังกล่าวทำให้เกิดเสียงตอบรับขึ้นมากมายในสื่อเยอรมนี และในขณะที่หลายคนกล่าวหาผมว่าโกหกหรือหลอกลวง ภาพที่เราถ่ายร่วมกันนั้นไม่ได้มีจุดประสงค์ทางการเมืองเลย"
"เหมือนอย่างที่ผมบอกไป แม่ผมไม่เคยปล่อยให้ผมลืมต้นตระกูล, จุดกำเกิดและสิ่งที่ครอบครัวสืบทอดต่อกันมา"
"สำหรับผมแล้วการถ่ายรูปคู่กับท่านประธานเออร์โดกานไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองหรือเลือกตั้ง มันเป็นการแสดงความเคารพต่อบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่สูงสุดของประเทศครอบครัวผม"
"หน้าที่ของผมคือการเป็นนักฟุตบอลไม่ใช่นักการเมือง และการพบปะของเราก็ไม่ได้มีเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย อันที่จริงแล้วเราคุยกันด้วยเรื่องเดิมที่เราคุยกันทุกครั้งเวลาเจอหน้ากัน นั่นคือฟุตบอล เพราะตอนเด็กๆเขาก็เคยเป็นนักเตะ"
"ถึงแม้สื่อเยอรมนีจะบอกเล่าในสิ่งที่แตกต่างจากนี้ ความจริงคือหากไม่พบกับท่านประธานาธิบดีก็จะกลายเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อต้นตระกูลผม ที่ผมรู้ว่าจะภูมิใจกับจุดที่ผมอยู่เป็นในทุกวันนี้"
"สำหรับผมแล้ว ไม่สำคัญเลยว่าใครคือประธานาธิบดี มันสำคัญที่ว่านั่นคือประธานาธิบดี"
"การให้ความเคารพต่อคนการเมืองคือมุมมองที่ผมมั่นใจว่าราชินีและเทเรซา เมย์นายกรัฐมนตรีคิดแบบนั้นเช่นกันในการต้อนรับเออร์โดกานที่ลอนดอน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีของตุกรีหรือเยอรมนี การกระทำของผมก็ไม่ต่างกัน"
"ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นสิ่งยากจะเข้าใจ เพราะในวัฒนธรรมส่วนใหญ่แล้ว ความเป็นผู้นำด้านการเมืองถูกมองให้แยกจากตัวบุคคลไม่ได้"
"แต่ในเคสนี้แตกต่างออกไป ไม่ว่าผลลัพธ์การเลือกตั้งจะเป็นไปตามก่อนหน้านี้หรือการเลือกตั้งก่อนหน้านั้น ผมก็ยังจะคงถ่ายรูปเหมือนเดิม" โอซิล ร่ายยาวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว
ทั้งนี้ เมซุต โอซิล กำลังอยู่ในช่วงระหว่างปรีซีซั่นกับต้นสังกัด อาร์เซน่อล และเตรียมเดินทางมาลงเล่นฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปียนส์ คัพ 2018 ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยการดวลกับ แอตเลติโก มาดริด และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้