แต่มีไม่บ่อยที่เราจะได้เห็นการถล่มประตูที่ขาดลอยมากกว่าสิบลูก โดยสถิติสูงสุดที่มีการถล่มประตูในนามทีมชาตินั้นเกิดขึ้นในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนโอเชียเนีย เมื่อ 17 ปีก่อน ที่มีการยิงประตูกันถึง "31 ลูก" ในเกมเดียว!!!
นัดประวัติศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน ปี 2001 เป็นศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือกโซนโอเชียเนีย โดย "ซ็อคเกอร์รูส์" ทีมชาติออสเตรเลีย เปิดบ้านพบกับ อเมริกันซามัว ท่ามกลางผู้ชมราว 3,000 คน
ก่อนหน้านี้ ทีมเยือนแพ้มา 2 นัดรวด และเสียไปถึง 21 ประตู จากการแพ้ฟิจิ 0-13 และแพ้ซามัว 0-8 ส่วนออสเตรเลียก็เพิ่งโชว์ฟอร์มโหดถล่มทีมชาติตองก้า 22-0 มาสดๆร้อนๆเมื่อสองวันก่อนหน้า
ผลปรากฏว่าเกมนี้กลายเป็นศึก "สังหารหมู่" สุดโหดของออสเตรเลีย เมื่อไล่ถล่มอเมริกันซามัวไปขาดลอย 31-0 โดย อาร์ชี่ ธอมป์สัน กองหน้าที่เพิ่งติดทีมชาติเป็นนัดที่ 3 ยิงไปคนเดียว 13 ลูก เป็นสถิติโลกใหม่ของผู้ทำประตูสูงสุดในเกมระดับทีมชาติ
และจากผลการแข่งขันในนัดนี้ก็ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของรูปแบบการแข่งขัน จนในที่สุด ศึกฟุตบอลโลกครั้งถัดมาในปี 2006 ฟีฟ่าได้จัดการแข่งรอบคัดเลือกโซนโอเชียเนียใหม่ โดยให้ประเทศหมู่เกาะต่างๆทั้ง 10 ชาติต้องแข่งกันในรอบแรก เพื่อหาทีมที่ได้คะแนนสูงสุด 4 ทีมเข้าไปแข่งกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ลอยลำเข้าไปรอในรอบที่ 2 อยู่แล้ว ก่อนที่ออสเตรเลียจะย้ายมาแข่งในโซนเอเชียแทนในเวลาต่อมา
ส่วนทีมชาติอเมริกันซามัวซึ่งลงเล่นในเกมระดับชาติเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา ก็ยังแพ้รวดในทุกๆนัดที่ลงแข่งขัน จนกระทั่งสามารถหยุดสถิติเลวร้ายของตัวเองลงได้สำเร็จในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก เมื่อเป็นฝ่ายเอาชนะ ตองก้า ได้อย่างหวุดหวิด 2-1 นับเป็นการชนะนัดแรกในรอบ 17 ปี พร้อมกับหยุดสถิติอันเลวร้ายของตัวเองไว้ที่การแพ้ 30 นัดติดต่อกันในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก
ทั้งนี้ จากชัยชนะ 31-0 ของออสเตรเลียในครั้งนี้ นับเป็นสถิติโลกในนามของเกมระดับชาติเท่านั้น แต่หากนับรวมเกมระดับสโมสรด้วยก็ยังถือว่าห่างไกลจากเจ้าของสถิติ โดยเท่าที่มีการบันทึกไว้ เกมที่ถล่มกันด้วยสกอร์สูงสุด เป็นเกมฟุตบอลลีกของประเทศมาดากัสการ์ โดยทีม อาแอส อเดม่า ถล่ม แอสโอ เอเมิร์น 149-0 ซึ่งที่สกอร์ขาดลอยระดับนี้ก็เพราะว่า เอเมิร์น ยิงประตูตัวเองล้วนๆทั้ง 149 ลูกเนื่องจากต้องการประท้วงผู้ตัดสิน