เนชั่นทีวี

กีฬา

Road To Final 4-7-61

04 ก.ค. 2561 | sippa035

Road To Final 4-7-61

ได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ 8 ชาติที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งก็มีหลายทีมที่ผ่านเข้ารอบมาได้ชนิดต้องลุ้นกันถึงวินาทีสุดท้าย ขณะที่บางทีมก็ยังทำผลงานได้สมราคมทีมเต็งแชมป์

- "อุรุกวัย vs ฝรั่งเศส"ศึกวัดคมของยอดดาวยิง -
       สำหรับรอบก่อนรองชนะเลิศ จะเริ่มแข่งกันในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ โดยคู่แรกเป็นการพบกันของสองทีมดีกรีแชมป์โลก "จอมโหด" อุรุกวัย พบกับ "ตราไก่" ฝรั่งเศส โดยอุรุกวัยผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการชนะโปรตุเกส 2-1 ซึ่งตลอด 90 นาทีจากเกมนั้น อุรุกวัยมีโอกาสยิงแบบจะแจ้งแทบนับครั้งได้ แต่ก็ทำได้ 2 ประตูจากการประสานงานของสองกองหน้าที่ดีที่สุดแห่งยุค คือ หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดินสัน คาวานี่ 
       ส่วนฝรั่งเศส ยังโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงต่อเนื่อง เมื่อเป็นฝ่ายโค่นทีมดังอย่างอาร์เจนติน่ามาได้ 4-3 พร้อมกับเป็นการแจ้งเกิดในศึกฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าดาวรุ่งจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผู้ทำ 2 ประตูในเกมนี้ พร้อมกับปั่นป่วนแนวรับของพลพรรค"ฟ้าขาว" จนแฟนบอลทั่วโลกต่างออกมายกย่องกันอย่างพร้อมเพรียง ดังนั้นศึกนี้น่าจะถือเป็นการดวลกันระหว่างกองหน้าของทั้งอุรุกวัยและฝรั่งเศสก็ว่าได้ เพียงแต่อุรุกวัยอาจจะโชคร้ายกว่า เพราะ เอดินสัน คาวานี่ มีอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออก ขณะที่ หลุยส์ ซัวเรซ ก็เจ็บระหว่างซ้อมครั้งล่าสุดและยังต้องงดซ้อมทั้งคู่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะฟิตทันลงเล่นนัดสำคัญนี้หรือไม่

 - "บราซิล vs เบลเยี่ยม"2ทีมผู้คลั่งไคล้เกมรุก - 
อีกคู่หนึ่งซึ่งจะแข่งกันในวันที่ 6 กรกฎาคมเช่นกัน "แซมบ้า" บราซิล จะพบกับ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยี่ยม โดยบราซิลเข้ารอบมาได้ด้วยการเก็บชัยชนะเหนือ เม็กซิโก 2-0 แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมของ เนย์มาร์ กองหน้าหมายเลข 1 ของทีม ที่แสดงท่าทางแกล้งเจ็บเกินงามจนถูกทำคลิปล้อเลียนเป็นกระแสไปทั่วโลก รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามที่หลายคนมองว่าซูเปอร์สตาร์จากเปแอสเชรายนี้เล่นเพื่อตัวเองมากกว่าจะเล่นให้เป็นทีม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือเกมบุกของพวกเขาถือเป็นหนึ่งในทีมที่โชว์ผลงานได้ดีที่สุดในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้
ส่วนเบลเยี่ยม ผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการเฉือนชนะ ญี่ปุ่น 3-2 ชนิดต้องลุ้นกันถึงแอ๊คชั่นสุดท้ายของเกมกว่าจะได้ประตูชัย โดยเบลเยี่ยมถือเป็นอีกทีมที่เล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยิงไปแล้วถึง 12 ประตู มากที่สุดในบรรดาทีมที่ร่วมแข่งฟุตบอลโลกครั้งนี้  แถมยังมีจุดเด่นที่ความหลากหลายในเกมบุกที่มีทั้งความเร็ว พละกำลัง รวมถึงความสามารถในการเล่นลูกโด่ง ซึ่งหากแก้ไขความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในเกมรับได้ ก็มีโอกาสเช่นกันที่พวกเขาจะล้มทีมแชมป์โลก 5 สมัยอย่างบราซิลได้

 - "รัสเซีย vs โครเอเชีย"2ม้ามืดแห่งเวิลด์คัพ - 
คู่ต่อมาจะแข่งกันในวันที่ 7 กรกฎาคม โดยประเดิมคู่แรกด้วยการที่ รัสเซีย เจ้าภาพ จะพบกับ โครเอเชีย สำหรับรัสเซียพลิกล็อกโค่นสเปนมาได้ด้วยการดวลจุดโทษ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต โดยรัสเซียชุดนี้มีจุดเด่นที่เกมรับซึ่งไม่เป็นสองรองใคร ชนิดที่สเปนครองบอลฝ่ายเดียวเกือบตลอดทั้งเกมแต่ก็ยังเจาะไม่เข้า แถมยังมีนายทวารจอมหนึบอย่าง อีกอร์ อาคินเฟเยฟ ฮีโร่ผู้เซฟ 2 ลูกโทษคอยเฝ้าเสาอยู่อีกด่าน ขณะที่แนวรุกก็ยังมีกองหน้าร่างยักษ์อย่าง อาร์เต็ม ซิวบ้า ที่พร้อมเล่นงานแนวรับคู่แข่งอยู่อีกด้วย
ส่วนโครเอเชีย ผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการชนะเดนมาร์กในการดวลจุดโทาเช่นกัน โดยพวกเขาหวังจะกลับมาสร้างประวัติศาสตร์เหมือนในศึกฟุตบอลโลกปี 1998 ที่คว้าอันดับ 3 ให้ได้อีกครั้ง โดยโครเอเชียชุดนี้มีจุดเด่นที่แผงกองกลางซึ่งถือว่าดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ จากการประสานงานกันของ อีวาน ราคิติช กับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช ในแดนกลาง, การสร้างสรรค์เกมรุกของ ลูก้า โมดริช รวมถึงเกมรุกริมเส้นจากฝีเท้าของ อีวาน เปริซิช ทำให้ โครเอเชีย เป็นอีกทีมที่ชาติอื่นจะประมาทไม่ได้
 - "สวีเดน vs อังกฤษ"เมื่อปืนใหญ่ต้องเจาะรถบัส - 
คู่สุดท้ายของรอบก่อนรองชนะเลิศ "ไวกิ้ง" สวีเดน จะพบกับ "สิงโตคำราม" อังกฤษ โดยสวีเดนผ่านเข้ารอบมาได้จากการเฉือนชนะสวิตเซอร์แลนด์ 1-0 ซึ่งทัพนักเตะสวีเดนชุดนี้ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มีเกมรับที่ดีที่สุดในศึกฟุตบอลโลก2018 ไม่ว่าจะเป็นการเขี่ยฮอลแลนด์ตกรอบคัดเลือก ต่อด้วยแพ็คเกมรับแน่นหนาจนอิตาลีเจาะไม่เข้าต้องตกรอบไปอีกราย และสวิตเซอร์แลนด์ก็คือรายล่าสุดที่แม้จะบุกมากแค่ไหนแต่ก็แทบจะไม่สามารถสร้างโอกาสยิงแบบจะแจ้งได้เลยตลอดทั้ง 90 นาที แถมยังมีลูกเซ็ตพีซที่พร้อมสร้างทีเด็ดได้ตลอดเวลา
ส่วนอังกฤษ เข้ารอบมาได้ด้วยการเอาชนะโคลอมเบียในการดวลจุดโทษ ซึ่งก็นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่ชนะจุดโทษในศึกเวิลด์คัพได้สำเร็จ โดยอังกฤษชุดนี้นำทัพมาโดยดาวยิงที่ได้ชื่อว่า "คมที่สุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้" อย่าง แฮรี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเวลานี้ เคน ซัดไปแล้ว 6 ลูก รั้งจ่าฝูงดาวซัลโวศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้แบบเดี่ยวๆ จึงน่าติดตามอย่างยิ่งว่า แฮรี่ เคน ปืนใหญ่ที่ดีที่สุดแห่งยุค จะสามารถเจาะแนวรับของสวีเดนที่แน่นหนาเหมือนเอารถบัสมาจอดขวางประตูได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด