"บิ๊กอ๊อด" เปิดเผยว่า เรื่องสำคัญในการหารือ คือ เรื่องการใช้วีดีโอช่วยตัดสิน (วีเออาร์) และ ผู้ช่วยผู้ตัดสินพิเศษ (เอเออาร์) ซึ่งที่ผ่านมาการแข่งขัน 8 สัปดาห์ ได้มีการใช้วีเออาร์ ไปแล้ว 8 เกม และเอเออาร์ 17 เกม ถือว่ามีผลที่ค่อนข้างน่าพอใจ และสโมสรอยากให้ใช้ต่อไป
"อย่างไรก็ตามการจะใช้วีเออาร์และเอเออาร์นั้นมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก แม้ว่าตอนนี้สมาคมฯ จะได้อุปกรณ์วีเออาร์มาใช้แล้ว 2 ชุดก็ตาม แต่มันยังมีข้อจำกัดที่ว่าผู้ตัดสินไทยลีกนั้นมีเพียง 40 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจะใช้ในทุกแมตช์การแข่งขัน ซึ่งสมาคมฯ จะต้องพัฒนาผู้ตัดสินให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อมีจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน"
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวว่า ในส่วนของการใช้วีเออาร์ สมาคมฯ ได้มีการแจ้งให้กับสโมสรได้แสดงความจำนงในการขอใช้วีเออาร์ ซึ่งบางทีมนั้นขอ 1-2 นัด หรือบางทีมมีการร้องขอถึง 25 นัด ดังนั้นสมาคมฯ จึงได้จัดให้แต่ละทีมนั้นสามารถร้องขอการใช้วีเออาร์มาได้ในเกมเหย้าของตัวเอง ไม่เกิน 2 นัด และสมาคมจะดำเนินการให้ โดยที่แต่ละสโมสรจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายราว 6-7 หมื่นบาท ต่อเกม ด้วยตนเอง ซึ่งจะหักจากเงินสนับสนุนงวดสุดท้าย
"สำหรับเรื่อง เอเออาร์ ก็มีบางสโมสรที่แสดงความจำนงขอใช้มาเช่นกัน ก็จะนำเอามาพิจารณาต่อไป ซึ่งอาจจะจัดให้ได้ไม่ครบทุกเกม แต่จะพยายามจัดให้ได้มากที่สุดตามที่สโมสรต้องการ"
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า เก็บตัวทีมชาติไทยช่วงปิดการแข่งขันเลกแรก ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม-8 มิถุนายน สมาคมฯ มี 2 แผนคือเดินทางไปเก็บตัวที่ทวีปยุโรป กับเก็บตัวในประเทศไทย ซึ่งสโมสรส่วนใหญ่เห็นว่าการไปเก็บตัวยุโรปจะส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายของนักกีฬามากเกินไป จึงอยากให้เก็บตัวในประเทศ ซึ่งสมาคมรับฟัง และจะนำไปพิจารณาต่อไป ซึ่งตอนนี้ถ้าเก็บตัวในประเทศไทย ก็อาจจะมีทีมชาติจีน ที่จะเดินทางมาอุ่นเครื่องด้วย
"ส่วนการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ในเดือนสิงหาคม ที่อินโดนีเซีย สมาคมฯตัดสินใจที่จะพักเกมลีก เพื่อให้ทีมชาติไทยได้ใช้ชุดที่ดีที่สุดในการไปเล่นเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งจะเริ่มพักในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม โดยจะดูจากโปรแกรมของทีมชาติก่อน ส่วนโปรแกรมที่หยุดพักไป ก็จะหาช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง" นายกรวีร์ กล่าวปิดท้าย