โดยต่อจากนี้ไทยลีก จะเริ่มเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เพราะจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันเพียง 9 นัด ที่จะชี้ชะตาทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์ อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,แบงค๊อก ยูไนเต็ดและเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
และทีมในกลุ่มหนีตกชั้นอย่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี,สุโขทัย เอฟซี,ศรีสะเกษ เอฟซี และ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ส่วน ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี คงไม่ต้องพูดถึง
สัปดาห์นี้ผมจะขอพูดถึงโซนหนีตาย โดยถ้ามองจากตารางคะแนนแล้ว ทีมที่มีภาษีและโอกาสรอดสดใสที่สุดคงหนีไม่พ้น "สวาทแคท" นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่มีอยู่ 29 คะแนน ห่างทีมโซนตกชั้นอย่าง "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ที่มีอยู่ 20 คะแนนถึง 9 คะแนน
ถ้า สวาทแคท สามารถประคองฟอร์มการเล่นไปได้เรื่อยๆ ก็คงไม่ต้องไปดิ้นรนในช่วงท้ายๆ
ทีมต่อมาคือ "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ทีมอันดับ 15 มีแต้มทั้งหมด 27 คะแนนห่าง กูปรีอันตราย อยู่ 7 คะแนน โดยฟอร์มของค้างคาวไฟ ในช่วงระยะหลังจากที่ "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เข้ามารับช่วงต่อจากโค้ชสมชาย มากมูล ที่ทำผลงานในช่วงแรกนอนนิ่งอยู่ในโซนสีแดง ก็ค่อยๆเรียกฟอร์มการเล่นของลูกทีมขึ้นมา
จนขยับมาอยู่เหนือโซนแดงได้สำเร็จแถมยังห่างถึง 7 คะแนน อีกทั้งยังมีประสบการณ์มากมายในการคุมทีมหนีตายอย่าง สระบุรี เอฟซี และซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี ให้รอดตกชั้นมาแล้วซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับค้างคาวไฟ ภายใต้การคุมทัพของของ "ขงเบ๊"ในการดิ้นรนหนีตาย
ส่วนทีมในโซนแดงอย่าง ศรีสะเกษ เอฟซี ที่มีแต้มตามโซนปลอดภัยอยู่ 7 คะแนนนั้นถ้ามองดูแล้วก็ไม่น่าใช่เรื่องง่ายเลยที่จะไล่แซงสุโขทัย เอฟซีได้ แม้ช่องว่าง 7 แต้ม ในทางทฤษฎีดูจะเป็นไปได้แต่ในทางปฎิบัตินั้นสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยในปีนี้ เพราะฟอร์มการเล่นของพวกเขา ไม่คงเส้นคงวาเอาเสียเลย
กูปรีอันตราย เปลี่ยนแม่ทัพไปแล้ว 2 คน โดยเริ่มจากปลด "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ออกเมื่อต้นฤดูกาลหลังพาทีมพ่าย บางกอกกล๊าส ยับเยิน
ต่อมาได้กุนซือ เวลิซาร์ โปปอฟ อดีตกุนซือสุพรรณบุรี เอฟซี ชาวบัลแกเรีย เข้ามากอบกู้ทีม แต่ผ่านไปผลงานก็ไม่กระเตื้องขึ้นมาเท่าไหร่ ทีมไม่สามารถหนีโซนแดงได้ จึงได้แยกทางกับโปปอฟและดัน สุริยันต์ แจ่มแจ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ชึ้นมาทำหน้าที่แทน
ส่วนทีมที่จะมีอาการโคม่าและมีโอกาศขยับตามซุปเปอร์พาวเวอร์ลงไปไทยลีก2 ในฤดูกาลหน้าคือ "อินทรีอัคนี" ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ที่มีอยู่ 16 คะแนนทั้งที่ตอนออกสตาร์ทได้ร้อนแรงมาก สร้างปัญหาให้ทีมใหญ่เป็นว่าเล่นสุดท้ายผลงานช็อตไปดื้อๆ จนจมอยู่อันดับที่ 17 มีแต้มตามหลังสุโขทัย เอฟซีอยู่ 11 คะแนนจึงเป็นเรื่องที่ยากมากทั้งในทางทฤษฎีและปฎิบัติ
แม้พวกเขาจะทำการเปลี่ยนกุนซือใหญ่อย่าง "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ที่ประสบความสำเร็จพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาในปีที่แล้ว และทำทีมในช่วงแรกของไทยลีก1 ออกแล้ว ดึง ลีโอนาโด เนว่า อดีตกุนซือทีมอคาเดมีของฟลาแมงโกในบราซิลมาทำแทนแ แต่ผลงานก็ยิ่งถอยหลังไปเรื่อยจนไปอยู่รองบ๊วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสุดสัปดาห์นี้ถ้าเปิดบ้านแพ้ให้กับ โปลิศ
เทโร เอฟซี ถึงที่สุดไทยฮอนด้า ก็อาจต้องโบกมือลาไทยลีกไปอีก1ทีม
สุดท้ายแล้วฟุตบอล คงไม่มีบัญญัติไตรยางค์ที่แน่นอนว่า ใครจะอยู่ใครจะไป ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นในโลกของฟุตบอลได้เสมอ ผมเชื่อว่าทุกทีมในไทยลีกสู้กันเต็มที่แน่นอนโดยเฉพาะในโซนหนีตายที่ทุกนัดต่อจากนี้ หมายถึงโชคชะตาของพวกเขา
เพราะฉะนั้นใน 9 เกมที่เหลือต่อจากนี้ จับตาดูให้ดีอย่าได้กระพริบตาเป็นอันขาด อาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่คาดคิด หรือ เหนือความคาดหมาย เกิดขึ้นได้ครับ