เกมนี้เล่นกันที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยนัดแรกที่เจอกัน "ปีศาจแดง" บุกชนะมาก่อน 1-0พอครึ่งแรกเล่นมาถึง นาที 17 แมนฯยูไนเต็ด เป็นฝ่ายขึ้นนำเลย มาร์คัส แรชฟอร์ด โยนบอลจากระยะ 3 0หลาเข้าเขตโทษแล้ว มารูยาน เฟลไลนี่ สอดมาโขกตุงตาข่ายและครึ่งแรก จบลงด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง นาที 85 ทีมเยือนตีเสมอสำเร็จ 1-1 เตโอ้ บงกงด้า ตัวสำรอง เปิดโด่งเข้าเขตโทษ แล้ว ฟากุนโด้ รอนคาเกลีย สะบัดหัวโหม่งบอลเสียบเสาเข้าไป
พอถึง นาที 88 ทั้งสองทีมเหลือผู้เล่นฝั่งละ 10 คนจากเหตุวุ่นวายในสนาม เอริค ไบยี่ ไปตบหน้า จอห์น กุยเด็ดติ ก่อน แสุดท้ายผู้ตัดสินไล่ไบยี่กับรอนคาเกลียออกจากสนามทั้งคู่
จากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯยูไนเต็ด เสมอ เซลต้า บีโก้ 1-1 และแมนฯยูไนเต็ด ชนะด้วยประตูรวม 2-1 ผ่านเข้าไปเจอกับ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม แห่งเนเธอร์แลนด์ ที่บุกไปแพ้ โอลิมปิก ลียง ที่ฝรั่งเศส 1-3 แต่ประตูรวมอาแจ็กซ์ชนะ 5-4
โดยรอบชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ที่ เฟรนด์ส อารีน่า ในกรุงสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน
หลังเกมโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอกว่า เซลต้าไม่มีแรงกดดันใดๆ และทำให้เราต้องเจองานยาก เราเหนื่อยจนถึงช่วงท้ายเกม และเกมมันก็ยังเปิดกว้างจนถึงวินาทีสุดท้าย นักเตะของตนทุ่มเทกันสุดตัว ซึ่งตนก็ดีใจแทนพวกเขา หลังจากเล่นมา 14 เกม ในที่สุดเราก็เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว ถ้าเราได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แล้วล่ะก็ ตนก็จะดีใจยิ่งกว่านี้อีก มันจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก
ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ก็ไม่พอใจพฤติกรรมของเอริค ไบยี่ ที่เสียค่าโง่คู่แข่งจนโดนไล่ออก จากการที่ไบยี่ไปตบหน้า จอห์น กุยเด็ดติ แล้วโดนรอนคาเกลียเอาคืนแทนให้กุยเด็ดติ โดยมูรินโญ่บอกว่า ตนไม่เห็นภาพอุบัติเหตุนั้น แต่ไบยี่แสดงความมหัศจรรย์ออกมา เกมนี้เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงตั้งแต่ต้นจนจบสำหรับทุกคน บางคนก็คุมตัวเองได้ แต่บางคนก็ไม่ ตนไม่รู้เรื่องนี้ แต่คิดว่าน่าจะเป็น รอนคาเกลีย เขาไม่ใช่คนที่ไม่ประสีประสาเรื่องนี้ และไบยี่ก็ซื่อตรงเกินไป