ทั้งสองทีมเคยเจอกันมาแล้ว 2 ครั้งในยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือ ฤดูกาล 1997-1998 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งยูเว่ ชนะด้วยสกอร์รวมสองนัด 6-4 และฤดูกาล 2014-2015 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ยูเว่ ชนะด้วยสกอร์รวมสองนัด 1-0
ในเกมนี้ เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสวัย 42 ปี ของโมนาโก ได้ ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์บราซิล พ้นโทษแบน 1 นัด ในถ้วยนี้กลับมาลงสนาม
ขณะที่ ตีเยมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสวัย 22 ปี สวมหน้ากากป้องกันจมูก ลงฝึกซ้อม หลังหายเจ็บที่จมูก, อัลมามี่ ตูเร่ แบ็กขวาหายเจ็บสะโพก, เบนฌาแม็ง เมนดี้ แบ็กซ้ายหายเจ็บสะโพก
ชาร์ดิม จะใช้แผนการเล่นระบบ 4-4-2 อัลมามี่ ตูเร่ กลับมาเล่นแบ็กขวา หลังและ เมนดี้ ยืนแบ็กซ้ายเหมือนเกมล่าสุด บากาโยโก้ จะคุมแนวรับแดนกลางเคียงข้าง ฟาบินโญ่ โดยดร็อป ชูเอา มูตินโญ่ กองกลางโปรตุเกสนั่งสำรอง ส่วนคู่กองหน้า กัปตันทีม ราดาเมล ฟัลเกา จับคู่กับ คิลิยัน เอ้มปั๊ปเป้ ดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส วัย 18 ปี ที่ยิงไปแล้ว 22 ประตู จากการลงเล่นทุกรายการ 20 นัด ในฤดูกานี้
ทางด้าน มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เทรนเนอร์ของยูเวนตุส วัย 49 ปี ไม่มี ซามี เคดิร่า กองกลางทีมชาติเยอรมัน ติดโทษแบน 1 นัด หลังสะสมใบเหลืองครบกำหนด และ มาร์โก เปียซ่า และ ดานิเอเล่ รูกานี่ ต่างบาดเจ็บ
แต่ผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆ พร้อมลงสนาม เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ จะลงตัวจริงในแดนกลางประสานงานกับ มิราเล็ม ปานิช เปิดทางให้ ฮวน กวาดราโด้, เปาโล ดีบาล่า และ มาริโอ มานด์ซูคิช ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง กอนซาโล่ อิกวาอิน หัวหอกทีมชาติอาร์เจนติน่า
ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
- โมนาโก ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ชปล. เป็นครั้งที่ 4 ต่อจากฤดูกาล 1993-94, 1997-98 และ 2003-04 ไม่มีสโมสรจากฝรั่งเศสทีมไหนที่ผ่านถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายมากกว่า 1 ครั้ง- ยูเวนตุส ร่วมกับเรอัล มาดริด เป็น 2 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ คือ ชนะ 7 เสมอ 3 และไม่เสียประตูติดต่อกัน 531 นาที นานที่สุดในตอนนี้- โมนาโกยิงได้อย่างน้อย 3 ประตูตลอด 4 เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์หลังสุด ความจริงแล้ว พวกเขาเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ ที่ยิงได้อย่างน้อย 3 ประตู 4 เกมรวดรอบน็อกเอาต์- คีลิยัน เอ็มบั๊บเป้ กองหน้าวัย 18 ปี เป็นดาวซัลโวสูงสุดแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ ฤดูกาลนี้ ร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยทำ 5 ประตูจาก 4 เกม และเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยิงได้ประตูตลอด 4 เกมแรกที่เล่นรอบน็อกเอาต์- กอนซาโล่ อิกวาอิน ยิงได้แค่ 2 ประตูจาก 24 เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ ขณะที่รอบแบ่งกลุ่ม เขาทำได้ 13 ประตูจาก 38 เกม- เปาโล ดีบาล่า ทำ 4 ประตูจาก 5 เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์