จนกระทั่งได้หยุดพักช่วงวันอีสเตอร์เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ และกลับมาโรมรันกันต่อกันในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำให้ได้หนึ่งทีมที่การันตีการเลื่อนชั้นสูพรีเมียร์ลีก เป็นที่เรียบร้อยนั่นคือ "ไบรท์ตัน&โฮฟ อัลเบี้ยน" จากการเปิดบ้านเฉือนเอาชนะวีแกน ไปได้ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 92 คะแนน จาก 43 นัด ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง "นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด" ถึง 7 คะแนน ตอนนี้เหลือลุ้นแค่ว่าจะเป็นแชมป์หรือรองแชมป์ แต่ที่สำคัญนี่คือการขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดในรอบ 34 ปีของ "เดอะ ซีกัลส์"หากพูดถึง "ไบรท์ตัน" คนที่ไปอังกฤษคงพอจะทราบดีว่าเป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ห่างกรุงลอนดอนแค่ชั่วโมงเศษ และเป็นเมืองที่ติดชายทะเล ทำให้โลโก้ของทีมไบรท์ตันเป็นรูปนกนางนวลเพราะชายหาดเต็มไปด้วยนกชนิดนี้
แต่ด้านฟุตบอลไบรท์ตันอาจไม่ใช่เป็นที่รู้จักมากนัก ผลงานทีมตลอดประวัติศาสตร์สโมสร 115 ปี เคยมาเล่นลีกสูงสุดของอังกฤษเพียงแค่ 4 ฤดูกาลในช่วงทศวรรษที่ 80 แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกก็ยังไม่เคยแวะเวียนมาร่วมสังคายนาด้วยแม้แต่ครั้งเดียว
อีกทั้งยังไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่ใดๆ เคยเข้าชิงฯ เอฟเอ คัพ ปี 1983 ซึ่งคู่ชิงครั้งนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสามารถทำเซอร์ไพรซ์ไล่ตีเสมอทีมปีศาจแดงได้ 2-2 จนต้องไปแข่งรีเพลย์ ก่อนจะโดนถล่มไปในนัดแก้มือ 4-0 นั่นคือเกียรติประวัติสูงสุดครั้งเดียวของสโมสร
เช่นเดียวกับทีมเล็กๆทั่วไปที่มักจะมีปัญหาด้านการเงินของสโมสร ซึ่งไบรท์ตันต้องเผชิญกับเรื่องดังกล่าวอย่างเช่นกันในปี 1996 ถึงขนาดต้องทำให้ขายรังเหย้าโกลด์สโตน กราวนด์ ของตัวเองที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1901 เพื่อประคับประคองสถานะขอทีม
จนช่วงปี 2009 การเข้ามาของ "โทนี บรูม" ประธานสโมสรคนปัจจุบันก็ทำให้ทีมมั่นคงขึ้น อีกทั้งยังสามารถระดมทุนกว่า 105 ล้านปอนด์เพื่อสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่กับทีมได้สำเร็จคือ "ฟัลเมอร์ สเตเดียม" ความจุ 30,750 คน เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2011 ซึ่งถือว่าเป็นสนามระดับมาตรฐานพรีเมียร์ลีก
ความจริงแล้ว ไบรท์ตัน มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกหลายครั้ง (ไม่นับฤดูกาล 2014/15 ที่อันดับร่วงลงไปที่ 20) เพราะเป็นทีมที่ติดกลุ่มเพลย์ออฟอยู่เสมอ อย่างฤดูกาลที่แล้วจบอันดับที่สามด้วยคะแนนเท่ากับที่สองอย่างมิดเดิลสโบรช์ แต่ประตูได้เสียน้อยกว่าสองประตู พอไปเล่นเพลย์ออฟก็พ่ายแพ้ทีมอันดับหกอย่างเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ อย่างพลิกล็อคด้วยสกอร์รวม 3-1
สำหรับผลงานของทีมในฤดูกาลนี้ภายใต้การนำทีมของ "คริส ฮิวจ์ตัน" อดีตกุนซือของนิวคาสเซิล, เบอร์มิงแฮม และนอริช ที่เข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ปี 2014 ถือว่าทำผลงานได้อย่างสุดยอดในช่วงวันที่ 13 กันยายนปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงวันที่ 24 มกราคมปี 2017 ลงเล่น 19 นัด ชนะไปถึง 15 และเสมอ 4 ก่อนจะมาตอกย้ำความยอดเยี่ยมอีกครั้งในเดือนเมษายนด้วยการเก็บชัย 5 นัดรวด
สำหรับผู้เล่นที่โชวผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดของไบรท์ตันคงหนีไม่พ้น "อองโตนี น็อคการ์ท" ปีกฝรั่งเศสที่เคยผิดหวังสุดๆกับการพาทีมเลื่อนชั้นมาแล้ว โดยสมัยยังเล่นให้กับเลสเตอร์เคยยิงจุดโทษพลาดในเกมเพลย์ออฟกับวัตฟอร์ด ปี 2013