แถลงการณ์ร่วมของ "ฟินอินเวสต์ " หน่วยงานของ ซิลวิโอ้ แบร์ลุสโคนี่ ประธานสโมสรเอซี มิลาน และ รอสโซเนรี่ สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ ลักซ์ ที่มี หลี่ หย่ง หง นักธุรกิจชาวจีน บริหารงาน ระบุว่า วันนี้ ฟินอินเวสต์ บรรลุข้อตกลงการขายหุ้นสโมสรอย่างสมบูรณ์ 99.93 เปอร์เซ็นต์ แก่ รอสโซเนรี่ สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ ลักซ์
โดยดีลนี้มีมูลค่า 740 ล้านยูโร หรือประมาณ 2.96 พันล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นหนี้สิน 220 ล้านยูโร หรือ 8.8 พันล้านบาท ล่าช้าอยู่หลายเดือน เนื่องจาก ซิโน-ยุโรป สปอร์ตส์ กลุ่มทุนจากจีน ไม่สามารถจ่ายเงินทันเส้นตายที่กำหนดไว้ และได้ล่มสลายไป ก่อนที่จะตั้งบริษัทใหม่ที่มีชื่อว่า รอสโซเนรี่ สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ ลักซ์ ซึ่งมีฐานทำการอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ขึ้นมาแทน
ด้าน หลี่ หย่งหง นักธุรกิจหนุ่มจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของรอสโซเนรี่ สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ ลักซ์ เจ้าของสโมสรคนใหม่ ก็บอกว่าจะมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวการเทคโอเวอร์ครั้งนี้ในวันศุกร์นี้ และจะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้บริหารชุดใหม่ของทีมด้วย
นอกจากนั้น หลี่บอกด้วยว่า เขาจะพาเอซี มิลาน กลับมาประสบความสำเร็จด้วยกาเรป็นสโมสรอันดับ 1 ของโลกให้ได้ในอนาคต
ทั้งนี้ เอซี มิลาน ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งหนึ่งของอิตาลี อยู่ภายใต้ความดูแลของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 1986 ทว่า แบร์ลุสโคนี วัย 80 ปี ยอมสละความเป็นเจ้าของ หลังควบคุมกิจการมานาน 31 ปี และไม่สามารถพา "ปิศาจแดง-ดำ" ทาบรัศมียุครุ่งเรือง ช่วง 1990 ที่เคยเป็นแชมป์ ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 สมัย , กัลโช่ เซเรีย อา 8 สมัย , อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 7 สมัย และ ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 5 สมัย
โดยเอซี มิลาน จะกลายเป็นสโมสรแห่งที่ 2 ของเมือง ซึ่งมีเจ้าของชาวจีน ต่อจาก อินเตอร์ มิลาน อริร่วมเมือง ที่ถูก เอริค โธเฮียร์ มหาเศรษฐีชาวขายหุ้นให้ "ซู่หนิง" ของ จาง จิน ตง ราว 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี 2016