มากกว่าเกมในสนามการปะทะกันของคู่อริร่วมเมืองหลวงสเปนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การฟาดฟันกันในสนามเท่านั้น แต่บริบทของการพบกันของสองทีมนี้ ยังรวมไปถึงความแตกต่างทางสังคมชนชั้นและทัศนคติในการดำเนินชีวิตอีกด้วย ฝั่งกองเชียร์ราชันชุดขาว คือชนชั้นสูง มีฐานะดี คาดหวังกับทีมสูง รับไม่ได้กับความล้มเหลว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ทีมรักอย่างเผ็ดร้อนหากผลงานแย่ ขณะที่คู่ปรับร่วมเมืองอย่างกองเชียร์"โลส โรฆิบลังโกส (แดง-ขาว)" เป็นกลุ่มพลเมืองชนชั้นแรงงานที่มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม แม้ทีมรักจะประสบความสำเร็จน้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติด แต่แฟนบอลยังคงภักดีและซื่อสัตย์กับสโมสรรักอย่างเต็มหัวใจ มีความเป็นครอบครัวและเพื่อนพ้องสูง แมตช์แรกที่ทั้งคู่พบกันเกิดขึ้นเมื่อวันที่19ก.พ.ปี1928 ในฟุตบอลถ้วยแดนกระทิงดุ โกปา เดลเรย์ ซึ่งเกมในวันนั้นเป็นเรอัล มาดริดที่ประเดิมคว้าชัยไปได้1-0 หลังจากนั้นทั้งคู่ปะทะกันมาอีกเกือบศตวรรษ รวมทั้งสิ้น213แมตช์ และเป็นฝ่ายราชันชุดขาวที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ชนะ 109 นัด ขณะที่แข้งตราหมีเอาชนะได้ 54นัด และเสมอกันไปอีก 51 นัดมียอดดาวดังในอดีตที่เคยค้าแข้งให้กับทั้งสองสโมสร ไม่ว่าจะเป็นอูโก ซานเชซ,แบรนด์ ชูสเตอร์,ซานติอาโก โซลารี และโฆเซ อันโตนิโอ เรเยส
ตราหมีปราชัยยกแรกแมตช์แรกของฤดูกาลนี้ ที่สนามบิเซนเต กัลเดรอน รังเหย้าของแอตเลติโก มาดริด เมื่อวันเสาร์ที่19พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเกมลีกนัดที่12ของฤดูกาล ลูกทีมของซีเนอดีน ซีดาน แม้จะเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ ทั้งโทนี โครส,เปเป,อัลบาโร โมราตา,คาเซมิโร รวมถึงคาริม เบนเซมา ที่ไม่ฟิต รอลุ้นแค่ตัวสำรอง แต่เหล่าผู้เล่นที่เหลือของราชันชุดขาวยังคงยอดเยี่ยม รวมทั้งการมีอาวุธหนักอย่างคริสเตียโน โรนัลโด ที่กดแฮตทริค บุกต้อนทีมตราหมีคารัง3-0 เป็นชัยชนะครั้งแรกในรอบ3ปีของนักเตะเรอัล มาดริดที่บุกมาคว้าชัยได้ถึงรังเหย้าสุดขลังของทีมตราหมี นอกจากนั้น ยังเป็นการเอาคืนหลังแพ้คู่ปรับร่วมเมืองคารังซานติอาโก เบร์นาเบว เมื่อเดือนก.พ.ของฤดูกาลก่อน ชัยชนะเกมนี้สร้างความมั่นใจให้นักเตะเรอัล มาดริดเพิ่มมากขึ้น หลังยังคงไม่พ่ายใครในลีก และนำห่างบาร์เซโลนา ถึง4แต้ม ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล
ขุมกำลังราชันชุดขาวเริ่มกันที่เรอัล มาดริด เจ้าบ้าน ที่ฤดูกาลนี้ลูกทีมของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือสมองใส ทำผลงานได้อย่างสุดยอด หลังลงเตะไปแล้ว 29 นัด ชนะได้ถึง22นัด และพลาดท่าแพ้ไปเพียงแค่2นัด นำเป็นจ่าฝูงมีแต้มเหนือบาร์เซโลนา2แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่า1นัด ฟอร์มช่วงหลังกำลังมั่นใจแบบสุดๆ หลังเก็บชัยชนะ5นัดรวด รวมถึงเกมล่าสุดที่บุกต้อนเลกาเนส4-2จากการเหมาแฮตทริคของอัลบาโร โมราตา ทำให้ทีมเพิ่มสถิติโลกต่อด้วยการยิงประตูต่อเนื่องถึง51นัดติดกันแล้ว ขุมกำลังถือว่าแน่นปึ้ก ทั้งแดนหลังที่คุมแนวรับโดยเซร์คิโอ รามอส ที่พร้อมเป็นตัวทีเด็ดขึ้นมาโขกประตูในช่วงเวลาสำคัญได้เสมอ แดนกลางมีอิสโก,คาเซมิโร และโทนี โครส ส่วนแดนหน้ามีโรนัลโด ที่ครองสถิติยิงประตูมากสุดในมาดริด ดาร์บีแมตช์ หลังซัดไปแล้วถึง18ประตู นอกจากนั้นยังมีคาริม เบนเซมา,แกเร็ธเบล รวมถึงตัวสอดแทรกอย่างโมราตา ที่พร้อมลั่นสกอร์ได้ทุกเมื่อ หากได้รับโอกาสจากซีดาน
พลพรรคตราหมีฝั่งทีมเยือนแอตเลติโก มาดริด ของดิเอโก ซิเมโอเน กุนซืออาร์เจนไตน์ ที่แม้ว่าช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ผลงานจะตะกุกตะกัก หล่นไปไกลถึงอันดับ6 แต่ว่าฟอร์มช่วงหลัง กำลังร้อนแรงไม่แพ้คู่อริ ชนะ5นัดรวดเช่นกัน โดยนัดล่าสุดเปิดบ้านเฉือนเรอัล โซเซียดาด1-0 จากประตูชัยของเฟลิเป หลุยส์ แบ็คจอมบุกแซมบา ทำให้ปัจจุบันรั้งอันดับ3ของตาราง แข่ง30นัด ชนะ18 เสมอ7 แพ้5 มี61คะแนน ตามหลังคู่ปรับร่วมเมืองถึง10คะแนน เกมนี้นักเตะตราหมีพร้อมเต็มที่ในการบุกเยือนถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว นำโดย แยน โอบลัค โกล์จอมหนึบ และแผงแนวรุกที่ประมาทไม่ได้มากันครบ ทั้งยานนิค แฟร์ไรรา การาสโก,เควิน กาเมโร และแน่นอนกับ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าเลือดน้ำหอมที่ฤดูกาลนี้ระเบิดฟอร์มซัดไปแล้วถึง14ประตูในลีก ดูดสายตาของทีมยักษ์ใหญ่ ทำให้ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นมาดริด ดาร์บีแมตช์นัดสุดท้ายของดาวยิงวัย26ปีก็เป็นได้แม้แต้มบนตารางคะแนนจะห่างกันถึงตัวเลข2หลัก ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของแข้งตราหมีจะดูริบหรี่เหมือนแสงหิ่งห้อย แต่เชื่อได้ว่า นี่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีของเมืองมาดริด ความเข้มข้นและอุณหภูมิเดือดพล่านปรอทแตกเช่นเคย ผลการแข่งขันของเกมนี้ ไม่เพียงทำให้ผู้ชนะได้เดินยืดอกไปทั่วเมืองหลวง แต่ยังส่งผลถึงบาร์เซโลนา ที่พร้อมรอเสียบเบียดแซงขึ้นจ่าฝูง หากพลพรรคราชันชุดขาวปราชัยแมตช์นี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง !!!