"โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และหนึ่งในนักเตะผู้ยิงประตูให้ทีมชาติไทย เอาชนะซาอุดิอาระเบีย เมื่อ 33 ปีที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสที่จะชนะได้เหมือนเมื่อ 30 ปีก่อนหรือไม่ "อย่างที่รู้กันว่าจะเอาชนะใครได้ต้องหยุดวิธีการเล่นของเขาก่อน ผมคิดว่าข้อมูลต่างๆของฝ่ายเทคนิคสมาคมฟุตบอล ได้ให้ข้อมูลผู้เล่นกับซิโก้ เพื่อนำไปฝึกซ้อมซึ่งแนวทางในการเล่นวันนี้จะแปลกไปกว่าทุกครั้งนั่นคือเราจะกดดันผู้เล่นซาอุดิอาระเบียทันทีในแดนบน ซึ่งทำให้ซาอุไม่สามารถเล่นในแบบฉบับของตัวเองนั่นคือ 1.การทำลายคอนโทรลขึ้นมาโจมตี ซึ่งเป็นจุดแข็งของเขา 2.การ counter attack หรือการตั้งรับแล้วสวนกลับ ซึ่งถ้าเรากดดันแดนบนพอเขาได้บอลมาก็เตะทิ้ง จะทำให้รูปแบบการเล่นของเขาเสียไป ถ้าวันนี้เรากดดันเขาได้ตั้งแต่วินาทีแรกจนนาทีสุดท้ายเราก็มีโอกาสจะชนะเขาได้ครับ"
"นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกำลังใจจากผู้เล่นคนที่ 12 ในสนามมันเอาชนะกันไม่ได้หรอกครับ ต้องมองไปที่แท็คติคคือการเพรสซิ่งแดนบนอย่างที่กล่าวข้างตน ต้องหยุดการโต้กลับเขาให้ได้ รวมทั้งการมาร์คผู้เล่นตั้งแต่ในกรอบเขตโทษฝั่งเรา ซึ่งได้เรียนรู้จากการเสียจุดโทษในเกมแรกที่เราพ่ายต่อซาอุดิอาระเบีย 0-1"
"ในส่วนเกมรุกผมมั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นชนาธิป สรงกระสินธ์ และธีรศิลป์ แดงดา อยู่ที่ว่าผู้เล่นแดนกลางว่าจะทะลุทะลวงมากน้อยขนาดไหน จากแดนกลางหรือแผงหลัง ซึ่งผมมองว่าจุดอ่อนของเขาอยู่ที่แบ็คซ้าย ถ้าเกิดทริสตอง โด ผู้เล่นทางขวาของเราจะท็อปฟอร์มมากน้อยแค่ไหน ก็มีโอกาสได้สร้างเกมจากเขา"
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเวลาที่ผู้เล่นซาอุเตะยาวมาแล้วเขามีผู้เล่นที่ใหญ่กว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากองหลังกับกองกลางของเราเก็บบอลได้ วึ่งโค้ชเฮงก็เผยว่า "ผมเชื่อว่าแผงหลังเราก็มีความสูงพอและเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ซึ่งการเก็บจังหวะสองในตอนซ้อมก็ทำได้กีเช่นกัน"
จากการที่ "โค้ชเฮง" ได้ไปดูการเก็บตัวฝึกซ้อมทัพช้างศึกที่กิเลนวัลเลย์ เขาใหญ่ ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจว่า ลีกของเราเพิ่งเริ่ม นักเตะยังมีความฟิตอยู่ แทคติคใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีในการเรียนรู้ก็ทำให้วลามีฝึกซ้อมเต็มที่
ส่วนประเด็นฝีมือทัพช้างศึกในระยะหลังที่แพ้ต่อซาอุดิอาระเบียด้วยสกอร์ที่ไม่ขาด "โค้ชเฮง" คิดว่าในตอนนี้เราพัฒนาฝีมือเทียบเท่ากับซาอุได้หรือไม่ว่า "เราต้องมองว่าเรายังเป็นรองเรื่องเทคนิคนิดนึง แต่เรื่องความแข็งแกร่งและความเร็วเหนือกว่าเขา ในปัจจุบันเรามีฟุตบอลลีกอาชีพ ซึ่งการเรียนรู้จากโค้ชแต่ละสโมสรที่นักเตะสังกัดอยู่ ทำให้การเรียนรู้แทคติคมันรับกันได้"
ด้านแท็คติคที่โค้ชเฮงได้กล่าวข้างต้น ได้มีการสื่อสารกับซิโก้ไปในทาวที่ดีว่า "จริงๆซิโก้ก็เป็นลูกศิษย์ผมอยู่แล้ว และเกมต่างเราก็ให้เหตุผล จุดอ่อน จุดแข็งของเราและเขาอยู่ตรงไหน ซึ่งไม่ใช่แค่ซิโก้คนเดียว แต่ผู้เล่นที่ลงสนามต้องมีความเข้าใจด้วย ซึ่งการวางแผนบนกระดานมันไม่ได้แต้มครับ"
ก่อนเกมนักเตะได้มีคำถามมาถามโค้ชเฮงหรือไม่ "ก็มีเรื่องการตั้งเกมรับ ซึ่งเราจะต้องตั้งรับเป็นทีม ไม่ใช่รับกัน 2-3 คน ส่วนเกมรุกก็รุกเป็นทีม ไม่ใช้ทำกันแค่ 2-3 คน"
ผู้สื่อข่าวถามต่อยว่า เราจะมีคว้ากี่แต้มที่เป็นไปได้มากที่สุดว่า "ถ้าเราทำตามแทคติคที่สัญญาไว้กับซิโก้ นั่นคือการดดันสูง หรือหยุดวิธีการเล่นของเขา ก็มั่นใจว่าเราสามารถเก็บ 1 แต้มได้จากเขา"
ส่วนแผนการเล่น 3-5-2 ที่ใช้ได้ผลในเกมกับออสตรเลีย และซูซูกิคัพ 2016นั้นว่า "ระบบการเล่นจะยังไงก็ได้ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของผู้เล่น ระบบไม่ช่วยให้ชนะได้ มันอยู่ที่ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งสามารถลงมารับหรือรุกได้เป็นระบบมั้ย"