ทีมชาติไทย ประกาศตัดตัว นักเตะ 5 คน ออกจากทีมชุดนี้ได้แก่ จอร์นาตา แวร์ซูรา , นูรูล ศรียานเก็ม , ธนา ชนะบุตร ,รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ขณะที่อีก 23 ขุนพล ล้วนเป็นขุนพลเก่าของซิโก้แทบทั้งหมด โดยจะมีหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาแค่คนเดียวเท่านั้น คือ "เจ้าไมค์" วัฒนา พลายนุ่ม
ความฟิตพร้อมของทีม ตอนนี้สมบูรณ์มาก หลังจากเก็บตัวที่กิเลนวัลเล่ย์มากกว่า 1 สัปดาห์ ตัวที่เจ็บอย่างธีราทร บุญมาทัน และธนบูรณ์ เกษารัตน์ พร้อมลงเล่นแน่นอน
11 ตัวจริงที่คาดว่า "ซิโก้" จะใช้งานในเกมนี้ น่าจะใช้ระบบ 3-4-1-2 เหมือนเกมเสมอออสเตรเลีย โดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา เซนเตอร์ฮาล์ฟ 3 คน ฝั่งซ้ายใช้ กรวิทย์ นามวิเศษ ขวาเป็น อดิศร พรหมรักษ์ ตรงกลางใช้ ประทุม ชูทอง
วิงแบ็กซ้ายให้ ธีราทร บุญมาทัน สวมปลอกแขนลากเลื้อย ฝั่งขวามี ทริสตอง โด โดยมี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ วัฒนา พลายนุ่ม เป็นคู่มิดฟิลด์ตัวรับ ปล่อยให้ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำเกมลากเลื้อย โดยมี อดิศักดิ์ ไกรษร กับ ธีรศิลป์ แดงดา คู่หูในการถล่มตาข่ายคนละ 3 ลูก จาก 6 เกมในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 ล่าตาข่าย
ด้าน เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือซาอุดีอาระเบียจะหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 นักเตะตัวหลักอย่าง โอซามะห์ เฮาซาวี, ฮัสซัน มุอ๊าต ที่ติดโทษแบน และ ฟาฮัด อัล มูวาลัต ที่ยังไม่เต็มร้อย อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ หัวหอกตัวหลัก อัล ชาลาวี่ จะมีชื่อกลับมาล่าตาข่ายให้ทีมได้ในแมตช์นี้ หลังจากเกมที่ริยาด ไม่มีชื่อของเขาเจอกับไทย
ซาอุดิอาระเบีย ตอนนี้เป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี พวกเขา ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 10 แต้มเท่ากับญี่ปุ่น แต่ได้เปรียบที่ลูกได้เสียที่ดีกว่า 1 ลูก ดังนั้นเกมจึงมาเพื่อเก็บสามแต้มให้ได้ และต้องเอาชนะให้ได้หลายๆลูกด้วย ถ้าอยากจะได้เปรียบเรื่องลูกได้เสีย
เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ บอกในตอนแถลงข่าวว่า เกมนี้เป็นแมตช์ที่สำคัญที่สุด เราเดินทางมาเก็บตัวที่ประเทศไทยเป็นระยะเวลา 6 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เราได้มีการลงฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมคิดว่าพวกเราพร้อมแล้วสำหรับเกมกับทีมชาติไทย
พร้อมกับบอกด้วยว่า เกมนี้เป็นเกมที่ยากสำหรับเรา นัดนี้จะแตกต่างกับเกมแรกและเราคงประมาทพวกเขาไม่ได้ เรารู้ว่าพวกเขาเล่นได้ดีในบ้านจากเกมที่พวกเขาเสมอกับออสเตรเลีย ทำให้เรามานั่งวิเคราะห์กันอย่างหนัก ดังนั้นเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ทีมของเราชนะ เราทราบดีว่าแฟนบอลซาอุดีอาระเบียตั้งความหวังที่อยากเห็นพวกเราไปสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก แรงกดดันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทีม แต่ต้องไม่ใช่แรงกดดันที่มากจนเกินไป เรามีการคุยกับนักเตะเสมอว่านัดนี้เป็นเกมสำคัญของซาอุดีอาระเบียว่าจะสามารถไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้หรือไม่ อย่างพวกเราบอก เรามาที่นี่เพื่อสู้อย่างเต็มที่และคว้าชัยชนะกลับไปให้ได้
- การเจอกันทั้งหมด 17 ครั้ง ซาอุฯชนะ 13 เสมอ 3 ไทยชนะ 1 ซาอุฯยิงได้ทั้งหมด 40 ลูก ไทยยิงได้ 11- คู่นี้เคยเล่นที่ไทย 2 แมตช์เท่านั้น เป็นซาอุฯ ชนะ 1 เสมอ 1 - การเจอกันครั้งสุดท้ายของคู่นี้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014 โดยไทยในยุคของวินฟรีด เชเฟอร์ ยันเสมอไว้ได้ด้วยสกอร์ 0-0- ซาอุดิอาระเบีย เคยเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว ถึง 4 ครั้ง (1994,1998,2002 และ 2006) แต่ใน 2 ครั้งหลังสุด พวกเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือก
- ธีรศิลป์ แดงดา คือนักเตะไทยแค่คนเดียวเท่านั้นในทีมชุดนี้ ที่เคยยิงประตูซาอุดิอาระเบียได้- ทีมชาติไทย ยังไม่เคยเอาชนะในรอบแบ่งกลุ่มรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกโซนเอเชียมาก่อน ทำได้ดีที่สุดแค่เสมอเท่านั้น- ในกลุ่มบี ไทยเป็นทีมที่เสียจุดโทษมากที่สุด ใน 5 เกมแรก เสียไป 3 ลูก ขณะที่ซาอุฯ เป็นทีมที่ได้จุดโทษมากที่สุดในกลุ่มบี 3 ลูก เท่ากับออสเตรเลีย