สภาพทีมแมนฯซิตี้ กุนซือ เป๊ป กวาดิโอล่า ค่อนข้างหัวเสียกับฟอร์มของทีมในเกมที่ แพ้โมนาโก แล้วตกรอบยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จึงอาจปรับสำหรับเกมวันอาทิตย์นี้
การจัดทัพ แผงหลังน่าจะเรียก นิโกลัส โอตาเมนดี้ กลับมายืนเซนเตอร์ และ ปาโบล ซาบาเลต้า ก็พร้อมยึดแบ็กขวาคืน ส่วนแดนกลาง ยาย่า ตูเร่ ก็อาจกลับมาคุมเกมตรงกลางกับ แฟร์นันดินโญ่
ขณะที่แนวรุกยังอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่, เลรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอร์ลิง, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ เฆซุส นาบาส หรือ เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ จะเบียดลง
ด้านฝั่ง ลิเวอร์พูล กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องรอทดสอบความฟิต โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กองหน้าบราซิลที่เจ็บโคนขาหนีบ พลาดช่วยทีมนัดก่อน และเพิ่งกลับมาซ้อมเมื่อวันศุกร์ แต่ที่ลงไม่ได้แน่ๆ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมที่เจ็บเท้า ยังพลาดลงเล่น ร่วมกับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าที่เจ็บสะโพกต่อไป
การจัดทัพ ผู้รักษาประตู ซิมง มินโญเลต์ ลงเฝ้าเสา แผงหลังชุดแกร่ง เนธาเนียล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โจเอล มาติป และ เจมส์ มิลเนอร์ ขณะที่ แดนกลาง เอ็มเร่ ชาน ลงคุมเกมกับ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม เหมือนนัดก่อน
และใน แนวรุก อดัม ลัลลาน่า ประสานงาน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ซาดิโอ มาเน่ และหน้าเป้า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น่าจะเบียด โอรีกี กลับมาเป็นตัวจริง
สำหรับผลงานการพบกันที่บ้านแมนฯ ซิตี้ / แมนฯ ซิตี้ชนะ 26 ลิเวอร์พูลชนะ 33 เสมอ 25 โดยประตูที่ทำกันได้ : แมนฯ ซิตี้ 118 ลูก ลิเวอร์พูล 126 ลูก
คู่นี้เตะกันในเวลา 5 ทุ่มครึ่ง ตามเวลาในไทย
ส่วนอีก 2 คู่ รองบ๊วย-มิดเดิ้ลสโบรช์ ที่ยังไร้ผู้จัดการทีมตัวจริง จะรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนหนึ่งทุ่มตรง และ สเปอร์ส พบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน สามทุ่ม 15